|
เวลาทำงาน |
|
|
ไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน และ 48
ชั่วโมงต่อสัปดาห์
|
|
|
งานอันตรายตามที่กำหนดในกฏกระทรวงไม่เกิน 7 ชั่วโมงต่อวัน และ 42
ชั่วโมงต่อสัปดาห์
|
| |
|
เวลาพัก |
|
|
ในวันที่มีการทำงาน
ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีเวลาพักติดต่อกันไม่น้อยกว่าวันละ 1 ชั่วโมง ภายใน 5
ชั่วโมงแรกของการทำงาน
|
|
|
นายจ้างและลูกจ้างจะตกลงกันล่วงหน้าให้มีเวลาพักน้อยกว่าครั้งละ 1
ชั่วโมง ก็ได้แต่ต้องไม่น้อยกว่าครั้งละ 20 นาทีและเมื่อรวมกันแล้ว
|
|
|
ต้องไม่น้อยกว่าวันละ 1 ชั่วโมง |
|
|
กรณีงานในหน้าที่มีลักษณะต้องทำติดต่อกันไป
หรือเป็นงานฉุกเฉินโดยจะหยุดเสียมิได้
นายจ้างจะไม่จัดเวลาพักให้ลูกจ้างก็ได้
|
|
|
แต่ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง
|
| |
|
วันหยุดประจำสัปดาห์ |
|
|
ต้องไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 1 วัน
โดยมีระยะห่างกันไม่เกิน 6 วัน
|
|
|
ลูกจ้างมีสิทธิ์ได้รับค่าจ้างในวันหยุดประจำสัปดาห์
(ยกเว้นลูกจ้างรายวัน รายชั่วโมง หรือตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย)
|
|
|
นายจ้างและลูกจ้างจะตกลงกันล่วงหน้า
กำหนดให้มีวันหยุดประจำสัปดาห์วันใดก็ได้
|
|
|
งานโรงแรม งานขนส่ง งานในป่า
งานในที่ทุรกันดาร (งานประมงงานดับเพลิง) งานอื่นตามที่กฎกระทรวงฯ กำหนด
นายจ้างและลูกจ้าง
|
|
|
จะตกลงกันล่วงหน้า
สะสมและเลื่อนวันหยุดประจำสัปดาห์ไปเมื่อไดก็ได้แต่ต้องอยู่ในระยะเวลา ไม่เกิน 4
สัปดาห์ติดต่อกัน |
|
|
กรณีวันหยุดประจำสัปดาห์ไม่แน่นอน
ให้นายจ้างประกาศวันหยุดให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3
วันและแจ้งเป็นหนังสือ
|
|
|
ให้พนักงานตรวจแรงงานทราบภายใน 7 วัน
นับแต่วันที่ประกาศกำหนด |
| |
|
วันหยุดตามประเพณี |
|
|
ต้องไม่น้อยกว่าปีละ 13 วัน
โดยรวมวันแรงงานแห่งชาติด้วย ถ้าวันหยุด ตามประเพณีตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์
ให้หยุดชดเชยในวันทำงานถัดไป
|
|
|
ลูกจ้างมีสิทธิ์ได้รับค่าจ้างในวันหยุดตามประเพณี
|
| |
|
วันหยุดพักผ่อนประจำปี |
|
|
ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาครบ 1
ปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีไม่น้อยกว่าปีละ 6 วันทำงาน
|
|
|
ลูกจ้างมีสิทธิ์ได้รับค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปี
|
|
|
ถ้าลูกจ้างที่ทำงานยังไม่ครบ 1 ปี
จะให้หยุดตามส่วนก็ได้
|
|
|
ให้นายจ้างเป็นผู้กำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้าหรือกำหนดตามที่ตกลงกัน
|
|
|
นายจ้างและลูกจ้างจะตกลงกันล่วงหน้าสะสมและเลื่อนวันหยุดพักผ่อนประจำปีไปรวมหยุดในปีอื่นก็ได้
|
| |
|
การลาป่วย |
|
|
ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยโดยได้รับค่าจ้างตามปกติปีหนึ่งไม่เกิน 30
วันทำงาน
|
| |
|
การลาคลอด |
|
|
ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาคลอดก่อนและหลังคลอดครรภ์หนึ่งไม่เกิน
90 วัน โดยให้นับรวมวันหยุดที่มีระหว่างวันลาด้วย
|
|
|
และให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้าง
ซึ่งลาคลอดเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 45 วัน
|
| |
|
การลาเพื่อทำหมัน |
|
|
ลูกจ้างมีสิทธิ์ลาเพื่อทำหมันได้และมีสิทธิ์ลาเนื่องจากการทำหมันตามระยะ
เวลาที่แพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งกำหนด
|
|
|
และออกใบรับรองให้
โดยลูกจ้างมีสิทธิ์ได้รับค่าจ้างในวันลานั้นด้วย |
| |
|
การลากิจ |
|
|
ลูกจ้างมีสิทธิ์ลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างในวันลา
|
| |
 |
การลาเพื่อรับราชการทหาร |
|
|
ลูกจ้างมีสิทธิ์ลาเพื่อรับราชการทหารในการเรียกพลเพื่อตรวจสอบ
เพื่อฝึก วิชาทหาร หรือเพื่อทดสอบความพรั่งพร้อม
|
|
|
โดยลาได้เท่ากับจำนานวันที่ทางการทหารเรียก
และได้รับค่าจ้างตลอดเวลาที่ลาแต่ไม่เกิน 60 วันต่อปี |
| |
|
การลาเพื่อฝึกอบรม |
|
|
ลูกจ้างมีสิทธิ์ลาเพื่อการฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้ความสามารถตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงโดยไม่ได้รับค่าจ้างในวันลานั้น
|
| |
|
ค่าจ้าง |
|
|
เป็นเงินที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันจ่ายเป็นค่าตอบแทนในการทำงานตาม
สัญญาจ้างสำหรับระยะเวลาการทำงานปกติ
|
|
|
เป็นรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์ หรือระยะเวลาอื่น
หรือจ่ายให้โดยคำนวณตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้ในเวลาทำงานปกติของวันทำงาน
|
|
|
และรวมถึงเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างในวันหยุด
และวันลาที่ลูกจ้างมิได้ทำงานแต่มีสิทธิ์ได้รับตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
|
|
|
ลูกจ้างมีสิทธิ์ได้รับค่าจ้างไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
|
|
|
ถ้าไม่มีการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในท้องที่ใดให้ถือว่า
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ พื้นฐานเป็นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของท้องที่นั้น
|
|
|
(อัตรค่าจ้างขั้นต่ำพื้นฐาน หมายถึง
อัตราค่าจ้างที่คณะกรรมการค่าจ้างกำหนดเพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ)
|
| |
|
การทำงานล่วงเวลา
และการทำงานในวันหยุด |
|
|
ในกรณีที่งานมีลักษณะต้องทำติดต่อกันไป ถ้าหยุดจะ
เสียหายแก่งานหรือเป็นงานฉุกเฉิน นายจ้างอาจให้ลูกจ้าง ทำงานล่วงเวลา
|
|
|
หรือทำงานในวันหยุดเท่าที่จำเป็นก็ได้
|
|
|
กิจการโรงแรม สถานมหรสพ งานขนส่ง
ร้านขายอาหาร ร้านขายเครื่องดื่ม สโมสร สมาคม สถานพยาบาล
และกิจการอื่นตามที่
|
|
|
กระทรวงจะได้กำหนดนายจ้างจะให้ลูกจ้างทำงานใน
วันหยุดเท่าที่จำเป็นก็ได้ โดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้างเป็นคราวๆ ไป
|
|
|
ในกรณีที่มีการทำงานล่วงเวลาต่อจากเวลาทำงานปกติไม่น้อยกว่า
สองชั่วโมง นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างมีเวลาพัก ไม่น้อยกว่ายี่สิบนาที
|
|
|
ก่อนที่ลูกจ้างเริ่ม ทำงานล่วงเวลา
(ยกเว้นงานที่มีลักษณะหรือสภาพของงานต้องทำติดต่อกันไป
โดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้างหรือเป็นงานฉุกเฉิน) |
| |
|
ค่าล่วงเวลา
ค่าทำงานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวันหยุด |
|
|
ถ้าทำงานเกินเวลาทำงานปกติของวันทำงาน นายจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลา
ไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตาม
|
|
|
จำนวนชั่วโมงที่ทำหรือไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อหน่วย
ในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้สำหรับลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างตามผลงาน
|
|
|
ถ้าทำงานในวันหยุดเกินเวลาทำงานปกติของวันทำงานนายจ้างต้องจ่าย
ค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลูกจ้างในอัตราสามเท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง
|
|
|
ในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำหรือตามจำนวนผลงานที่ทำได้สำหรับ
ลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย |
|
|
ถ้าทำงานในวันหยุดในเวลาทำงานปกติ
นายจ้างต้องจ่ายค่าทำงานในวันหยุด
ให้แก่ลูกจ้างที่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดเพิ่มขึ้นอีก 1
เท่าของค่าจ้าง
|
|
|
ในวันทำงานตามชั่วโมงที่ทำงานในวันหยุด
หรือตามจำนวนผลงานที่ทำได้
สำหรับลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย |
|
|
สำหรับลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดต้องจ่ายไม่น้อยกว่า
2 เท่า ของค่าจ้างในวันทำงานตามชั่วโมงที่ทำงานในวันหยุดหรือตามจำนวนผลงาน
|
|
|
ที่ทำได้สำหรับลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
|
| |
|
สวัสดิการ |
|
|
สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป ให้นายจ้างจัดให้มี
คณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการประกอบด้วยผู้แทนฝ่าย
|
|
|
ลูกจ้างอย่างน้อยห้าคน เพื่อร่วมหารือ
และเสนอแนะความเห็นแก่นายจ้างในการจัดสวัสดิการสำหรับลูกจ้าง และตรวจตรา ควบคุม
ดูแลการจัด |
|
|
สวัสดิการที่นายจ้างจัดให้แก่ลูกจ้าง
|
|
|
สถานประกอบกิจการใดที่มีคณะกรรมการลูกจ้างตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์แล้ว
ให้คณะกรรมการลูกจ้างทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการ
|
|
|
สวัสดิการในสถานประกอบกิจการ |
| |
|
ค่าชดเชย |
|
|
ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชย
หากนายจ้างเลิกจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิด ดังนี้
|
|
|
1. ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 120 วัน
แต่ไม่ครบ 1 ปี มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน
|
|
|
2. ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ
3 ปี มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 90 วัน |
|
|
3. ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 3 ปีแต่ไม่ครบ
6 ปี มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วัน |
|
|
4. ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ
10 ปี มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเท่ากับอัตราค่าจ้างสุดท้าย 240 วัน |
|
|
5. ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 10 ปีขึ้นไป
มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 300 วัน |
|
|
ในกรณีที่นายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้างเพราะเหตุปรับปรุงหน่วยงาน
กระบวนการผลิตการจำหน่าย หรือการบริการอันเนื่องมาจาก
|
|
|
การนำเครื่องจักรมาใช้หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรหรือเทคโนโลยี
ซึ่งเป็นเหตุให้ต้องลดจำนวนลูกจ้างลง นายจ้างต้องปฏิบัติดังนี้ |
|
|
1. แจ้งวันที่จะเลิกจ้าง เหตุผลของการเลิกจ้าง
และรายชื่อลูกจ้างที่จะถูกเลิกจ้าง ให้ลูกจ้างและพนักงานตรวจแรงงาน
|
|
|
ทราบล่วงหน้าไม่
น้อยกว่าหกสิบวันก่อนวันที่จะเลิกจ้าง |
|
|
2.
ถ้าไม่แจ้งแก่ลูกจ้างที่จะเลิกจ้างทราบล่วงหน้า
หรือแจ้งล่วงหน้าน้อยกว่าระยะเวลาหกสิบวัน นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทน
|
|
|
การบอกกล่าวล่วงหน้าแก่ลูกจ้างเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายหกสิบวัน
หรือเท่ากับค่าจ้างของการทำงานหกสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่ง |
|
|
ได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
|
|
|
ค่าชดเชยแทนการบอกกล่าวล่วงหน้านี้
ให้ถือว่านายจ้างได้จ่ายค่าสินจ้างแทน การบอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมายด้วย
|
|
|
นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษเพิ่มขึ้นจากค่าชดเชยปกติดังต่อไปนี้
|
|
|
1. ลูกจ้างทำงานติดต่อกันครบหกปีขึ้นไป
นายจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชย
พิเศษเพิ่มขึ้นจากค่าชดเชยปกติซึ่งลูกจ้างนั้นมีสิทธิได้รับอยู่แล้ว
|
|
|
ไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสิบห้าวันต่อการทำงานครบหนึ่งปี
หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสิบห้าวันสุดท้ายต่อการทำงาน |
|
|
ครบหนึ่งปีสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณ
เป็นหน่วย |
|
|
2.
ค่าชดเชยพิเศษนี้รวมแล้วต้องไม่เกินค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามร้อย หกสิบวัน
หรือไม่เกินค่าจ้างของการทำงานสามร้อยหกสิบวันสุดท้าย |
|
|
สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
แต่รวมแล้วต้องไม่เกินค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามร้อยหกสิบวัน |
|
|
3. เพื่อประโยชน์ในการคำนวณค่าชดเชยพิเศษ
เศษของระยะเวลาทำงานที่มากกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
ให้นับเป็นการทำงานครบหนึ่งปี |
|
|
ในกรณีที่นายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการไปตั้ง ณ
สถานที่อื่นอันมีผลกระทบ สำคัญต่อการดำรงชีวิตตามปกติของลูกจ้างหรือครอบครัว
|
|
|
-
นายจ้างต้องแจ้งล่วงหน้าให้แก่ลูกจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนย้าย
ถ้าลูกจ้างไม่ประสงค์จะไปทำงานด้วย |
|
|
ลูกจ้างมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาจ้างได้โดยได้รับค่าชดเชยพิเศษไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของอัตราค่าชดเชยปกติที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิ์ได้รับ
|
|
|
-
ถ้านายจ้างไม่แจ้งให้ลูกจ้างทราบการย้ายสถานประกอบกิจการล่วงหน้า
นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษ |
|
|
แทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน
|
|
|
ข้อยกเว้นที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย :
ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังนี้ |
|
|
1. ลูกจ้างลาออกเอง |
|
|
2.
ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง |
|
|
3. จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
|
|
|
4.
ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง |
|
|
5. ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
หรือระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม
และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว |
|
|
ซึ่งหนังสือเตือนนั้นต้องมีผลบังคับไม่เกิน
1 ปี นับแต่วันที่ลูกจ้างได้รับทราบหนังสือเตือน เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรง
นายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน |
|
|
6. ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกัน
ไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตาม โดยไม่มีเหตุอันสมควร |
|
|
7. ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
|
|
|
8.
กรณีการจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน และนายจ้างเลิกจ้าง
ตามกำหนดระยะเวลานั้น ได้แก่งานดังนี้ |
|
|
8.1 การจ้างงานในโครงการ
เฉพาะที่มิใช่งานปกติของธุรกิจหรือ
การค้าของนายจ้างซึ่งต้องมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของงานที่แน่นอน
|
|
|
8.2 งานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราว
ที่มีกำหนดงานสิ้นสุดหรือความสำเร็จของงาน |
|
|
8.3 งานที่เป็นไปตามฤดูกาล
และได้จ้างในช่วงเวลาของฤดูกาลนั้นซึ่งจะต้องแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกิน 2 ปี
โดยนายจ้างได้ทำสัญญาเป็นหนังสือ |
|
|
ไว้ตั้งแต่เมื่อเริ่มจ้าง
|
| |
|
การใช้แรงงานหญิง |
|
|
ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างหญิงทำงานต่อไปนี้
|
|
|
- งานเหมืองแร่หรืองานก่อสร้างที่ต้องทำใต้ดิน
ใต้น้ำ ในถ้ำ ในอุโมงค์ หรือปล่องในภูเขาเว้นแต่ลักษณะของงาน |
|
|
ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือ
ร่างกายของลูกจ้างหญิงนั้น |
|
|
-
งานที่ต้องทำบนนั่งร้านที่สูงกว่าพื้นดินตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป |
|
|
-
งานผลิตหรือขนส่งวัตถุระเบิดหรือวัตถุไวไฟ |
|
|
- งานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
|
|
|
ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างหญิงที่มีครรภ์ทำงานในระหว่างเวลา
22.00น.-06.00น. ทำงานล่วงเวลา
|
|
|
ทำงานในวันหยุดหรือทำงานอย่างหนึ่งอย่างใด
ดังต่อไปนี้ |
|
|
-
งานเกี่ยวกับเครื่องจักรหรือเครื่องยนต์ที่มีความสั่นสะเทือน |
|
|
- งานขับเคลื่อนหรือติดไปกับยานพาหนะ
|
|
|
- งานยก แบก หาม หาบ ทูน ลาก
หรือเข็นของหนักเกิน 15 กิโลกรัม |
|
|
- งานที่ทำในเรือ |
|
|
- งานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
|
|
|
พนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งให้นายจ้างเปลี่ยนเวลาทำงานหรือชั่วโมงทำงาน
ของลูกจ้างหญิงที่ทำงานในระหว่างเวลา 24.00 น.- 06.00 น.
|
|
|
ได้ตามที่เห็น สมควร
ถ้าพนักงานตรวจแรงงานเห็นว่างานนั้นอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
และความปลอดภัยของลูกจ้างหญิงนั้น |
|
|
ลูกจ้างหญิงมีครรภ์มีสิทธิขอให้นายจ้างเปลี่ยนงานในหน้าที่เดิมเป็นการ
ชั่วคราวก่อนหรือหลังคลอดได้ กรณีที่มีใบรับรองแพทย์
|
|
|
แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง
มาแสดงว่าไม่อาจทำงานในหน้าที่เดิมต่อไปได้ |
|
|
ห้ามนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างหญิงเพราะเหตุมีครรภ์
|
| |
|
การใช้แรงงานเด็ก |
|
|
ห้ามนายจ้างจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15
ปี เป็นลูกจ้าง
|
|
|
กรณีที่มีการจ้างเด็กอายุต่ำกว่า
18 ปี เป็นลูกจ้าง นายจ้างต้องแจ้งต่อพนักงาน ตรวจแรงงานภายใน 15
วันนับแต่วันที่
|
|
|
เด็กเข้าทำงาน และแจ้งการสิ้นสุดการ
จ้างเด็กนั้นต่อพนักงานตรวจแรงงานภายใน 7 วันนับแต่วันที่เด็กออกจากงาน
|
|
|
นายจ้างต้องจัดให้มีเวลาพัก 1
ชั่วโมงต่อวันภายใน 4 ชั่วโมงแรกของ การทำงาน
และให้มีเวลาพักย่อยได้ตามที่นายจ้างกำหนด
|
|
|
ห้ามนายจ้างใช้ลูกจ้างเด็กที่มีอายุตำกว่า 18 ปี ทำงานในระหว่างเวลา
22.00 น. - 06.00 น. เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี
|
|
|
ห้ามนายจ้างใช้ลูกจ้างเด็กที่มีอายุตำกว่า 18 ปี
ทำงานล่วงเวลา
|
|
|
ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างเด็กที่มีอายุตำกว่า 18 ปี
ทำงานต่อไปนี้
|
|
|
- งานหลอม เป่า หล่อ หรือรีดโลหะ
|
|
|
- งานปั๊มโลหะ |
|
|
- งานเกี่ยวกับความร้อน ความเย็น
ความสั่นสะเทือน เสียงและแสง
ที่มีระดับแตกต่างจากปกติอันอาจเป็นอันตรายตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
|
|
|
-
งานเกี่ยวกับสารเคมีที่เป็นอันตรายตามที่กำหนดในกฎกระทรวง |
|
|
-
งานเกี่ยวกับจุลชีวันเป็นพิษซึ่งอาจเป็นเชื้อไวรัส แบคทีเรีย รา หรือเชื้ออื่น
ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง |
|
|
- งานเกี่ยวกับวัตถุมีพิษ วัตถุระเบิด
หรือวัตถุไวไฟ เว้นแต่งานในสถานี
บริการที่เป็นเชื้อเพลิงตามที่กำหนดในกฎกระทรวง |
|
|
-
งานขับหรือบังคับรถยกหรือปั้นจั่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง |
|
|
-
งานใช้เลื่อยเดินด้วยพลังไฟฟ้าหรือเครื่องยนต์ |
|
|
- งานที่ต้องทำใต้ดิน ใต้น้ำ, ในถ้ำ อุโมงค์
หรือปล่องในภูเขา |
|
|
-
งานเกี่ยวกับกัมมันตภาพรังสีตามที่กำหนดในกฎกระทรวง |
|
|
-
งานทำความสะอาดเครื่องจักรหรือเครื่องยนต์ที่กำลังทำงาน |
|
|
-
งานที่ต้องทำบนนั่งร้านที่สูงกว่าพื้นดินตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป |
|
|
- งานอื่นตามที่กำหนดในกระทรวง
|
|
|
ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี
ทำงานในสถานที่ต่อไปนี้
|
|
|
- โรงฆ่าสัตว์ |
|
|
- สถานที่เล่นการพนัน |
|
|
- สถานที่เต้นรำ รำวง หรือ รองเง็ง
|
|
|
- สถานที่ที่มีอาหาร สุรา น้ำชา หรือเครื่องดื่ม
อย่างอื่นจำหน่ายและบริการ โดยมีผู้บำเรอสำหรับปรนนิบัติลูกจ้าง |
|
|
หรือโดยมีที่สำหรับพักผ่อนหลับนอน
หรือมีบริการนวดให้แก่ลูกค้า |
|
|
- สถานที่อื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
|
|
|
ห้ามนายจ้างจ่ายค่าจ้างของลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กแก่บุคคลอื่น
|
|
|
ห้ามนายจ้างเรียก/หรือรับ
เงินประกันจากฝ่ายลูกจ้างซึ่งเป็นเด็ก
|
|
|
ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18
ปี มีสิทธิลาเพื่อเข้าประชุม สัมมนา รับการอบรม รับการฝึก
หรือลาเพื่อการอื่นซึ่งจัดโดยสถานศึกษา
|
|
|
หรือหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน ที่อธิบดีเห็นชอบ
และให้นายจ้าง จ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้างเด็กเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา
|
|
|
แต่ปีหนึ่งต้องไม่เกิน 30 วัน |
| |
|
หลักฐานการทำงาน |
|
|
นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10
คนขึ้นไป ต้องจัดให้มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน เป็นภาษาไทย
ปิดประกาศโดยเปิดเผย
|
|
|
ณ สถานที่ทำงานของลูกจ้างและ
ส่งสำเนาให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน |
|
|
ข้อบังคับฯ ต้องระบุเรื่องต่างๆ
ดังนี้ วันทำงาน เวลาทำงานปกติ เวลาพัก วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุด
หลักเกณฑ์การทำงานล่วงเวลา
|
|
|
และการทำงาน ในวันหยุด วันและสถานที่จ่ายค่าจ้าง
ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด
และค่าล่วงเวลาในวันหยุดวันลาและหลักเกณฑ์การลา |
|
|
วินัยและโทษ การร้องทุกข์ และการเลิกจ้าง
|
|
|
ทะเบียนลูกจ้างต้องมีชื่อ เพศ
สัญชาติ วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ปัจจุบัน วันเริ่มจ้าง ตำแหน่งหรืองานในหน้าที่
อัตราค่าจ้าง
|
|
|
และประโยชน์ตอบแทนอื่นๆ
ที่นายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้างและวันสิ้นสุดการจ้าง |
|
|
เอกสารเกี่ยวกับการคำนวณค่าจ้าง
ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ต้องระบุ วันเวลาทำงาน ผลงานที่ทำได้สำหรับ
|
|
|
การจ้างตามผลงาน และจำนวนเงินที่จ่าย
โดยมีลายมือชื่อลูกจ้างผู้รับเงิน |
| |
|
การควบคุม |
|
|
นายจ้างที่มีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่
10 คนขึ้นไป จะต้องจัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทย อย่างน้อยต้องมี
รายละเอียดดังนี้
|
|
|
- วันทำงาน เวลาทำงานปกติ และเวลาพัก
|
|
|
- วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุด |
|
|
- หลักเกณฑ์การทำงานล่วงเวลา
และการทำงานในวันหยุด |
|
|
- วันและสถานที่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา
ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด |
|
|
- วันลาและหลักเกณฑ์การลา |
|
|
- วินัยและโทษทางวินัย |
|
|
- การร้องทุกข์ |
|
|
- การเลิกจ้าง ค่าชดเชยและชดเชยพิเศษ
|
|
|
นายจ้างต้องประกาศใช้ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานภายใน 15 วัน
นับจากวันที่มีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป
|
|
|
นายจ้างต้องปิดประกาศข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานโดยเปิดเผย ณ สถานที่
ทำงานของลูกจ้าง
|
|
|
ให้ประกาศใช้ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานต่อไปแม้ว่านายจ้างจะมีลูกจ้าง
ลดต่ำกว่า 10 คนก็ตาม
|
| |
|
การร้องทุกข์ของลูกจ้าง |
|
|
ลูกจ้างเรียกร้องสิทธิของตนอันเนื่องมาจากการฝ่าฝืนกฎหมายแรงงาน
ของนายจ้างได้โดย
|
|
|
- ลูกจ้างนำคดีไปฟ้องศาลแรงงาน
|
|
|
-
ลูกจ้างยื่นคำร้องทุกข์ต่อพนักงานตรวจแรงงาน |
|
|
การยื่นคำร้องทุกข์ของลูกจ้างหรือทายาท
|
|
|
- ยื่นคำร้องทุกข์ตามแบบที่อธิบดีกำหนด
|
|
|
-
ยื่นต่อพนักงานตรวจแรงงานในท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่ หรือที่นายจ้าง มีภูมิลำเนา
หรือท้องที่ที่ลูกจ้างมีภูมิลำเนาอยู่ก็ได้ |
|
|
การพิจจารณาคำร้องทุกข์ของพนักงานตรวจแรงงาน
|
|
|
- เร่งสอบสวนข้อเท็จจริงจากนายจ้าง ลูกจ้าง
และพยานโดยเร็ว รวมทั้งการรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องด้วย |
|
|
- เมื่อสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว
ต้องมีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงิน
หรือยกคำร้องทุกข์ของลูกจ้างอย่างใดอย่างหนึ่ง |
|
|
- การรวบรวมข้อเท็จจริง และการมีคำสั่ง
ต้องกระทำให้แล้วเสร็จ ภายใน 60 วัน นับแต่วันรับคำร้องทุกข์ไว้ดำเนินการ
|
|
|
- ถ้าไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60
วัน ให้ขอขยายระยะเวลา
ต่ออธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัดโดยขอขยายระยะเวลาได้ไม่เกิน 30 วัน
|
|
|
การยุติข้อร้องทุกข์ระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริง
|
|
|
- ลูกจ้างสละสิทธิการเรียกร้องทั้งหมด
|
|
|
- ลูกจ้างสละสิทธิเรียกร้องแต่บางส่วน
โดยนายจ้างยินยอมจ่ายเงินบางส่วน แก่ลูกจ้าง |
|
|
- นายจ้างยินยอมจ่ายเงินทั้งจำนวน
แก่ลูกจ้าง |
| |
|
บทกำหนดโทษ |
|
|
กฏหมายคุ้มครองแรงงานเป็นกฏหมายที่มีบทลงโทษทางอาญา
|
|
|
นายจ้างผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม
|
|
|
- ขั้นต่ำปรับไม่เกิน 5,000 บาท
|
|
|
- จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000
บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ |
|
|
การปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานคดีอาญา เป็นอันระงับ
|
|
|
การฝ่าฝืนกฏหมาย
|
|
|
-
อธิบดีมีอำนาจเปรียบเทียบปรับสำหรับความผิดที่เกิดขึ้นใน กรุงเทพฯ
|
|
|
- ผู้ว่าราชการจังหวัด
มีอำนาจเปรียบเทียบปรับสำหรับความผิด ที่เกิดขึ้นภายในจังหวัด |
|
|
- ชำระค่าปรับภายใน 30 วัน
นับเท่าวันที่ได้รับแจ้งผลคดี คดีอาญา เป็นอันเลิกกัน |
|
|
-
ถ้าไม่ยอมเปรียบเทียบปรับหรือไม่ชำระค่าปรับภายในกำหนด พนักงานสอบสวน (ตำรวจ)
จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมาย ต่อไป |