นายสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กล่าวถึงโครงการพัฒนาสังคมแห่งความเท่าเทียมด้วยไอซีทีว่า เป็นโครงการที่สำนักส่งเสริมและพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงเทคไอซีที จัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้พัฒนาเว็บไซต์ได้รู้ถึงปัญหา อุปสรรคการเข้าถึงเว็บไซต์ของผู้พิการที่ใช้งานคอมพิวเตอร์ อีกทั้งยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ เนื่องจากความด้อยโอกาสของประชาชน ที่เป็นผลจากความยากจน และความพิการทางร่างกาย ปลัดกระทรวงไอซีที กล่าวต่อว่า ผู้พัฒนาเว็บไซต์จะได้ทราบแนวทาง วิธีการในการปรับปรุง และพัฒนาเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ตามข้อกำหนดเบื้องต้นของ World Wide Web Consortium (W3C) เพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงเว็บไซต์ของกลุ่มคนพิการ รวมทั้งเพื่อส่งเสริมให้ผู้ด้อยโอกาสในสังคม เช่น คนพิการ ผู้สูงอายุ สตรี และเด็ก ได้รับความรู้ด้านไอซีที และมีช่องทางการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อทำให้เกิดการพัฒนาตนเองและนำไปต่อยอดในการประกอบอาชีพได้ “โครงการพัฒนาสังคมแห่งความเท่าเทียมด้วยไอซีที แบ่งกิจกรรมเป็น 2 ส่วน คือ กิจกรรมส่งเสริมการปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ โดยจะจัดอบรมให้รู้หลักการในการพัฒนาเว็บไซต์ให้เป็นเว็บที่ทุกคนเข้าถึงได้ เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ผู้พิการสามารถเข้าถึงได้ ให้เพิ่มจำนวนมากขึ้น และกิจกรรม การฝึกอบรมความรู้ด้านไอซีที ให้กับผู้ด้อยโอกาสในสังคม เพื่อนำไอซีที มาใช้เป็นช่องทางในการเข้าถึงองค์ความรู้ได้ รวมทั้งทำให้เกิดการพัฒนาตนเอง และสามารถนำไปต่อยอดความรู้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต รวมถึงสามารถนำไปใช้ในการประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายสือ กล่าว ปลัดกระทรวงไอซีที กล่าวด้วยว่า ปี2552 กระทรวงฯจะขยายพื้นที่ฝึกอบรมและรับผู้ต้องการฝึกอบรมเพิ่ม โดยจะขยายไปตามภูมิภาคต่างๆ จากเดิมที่ฝึกอบรมผู้พิการทางสายตาและทางหูเฉพาะในกรุงเทพมหานคร แต่ปีนี้จะขยายไปที่ภาคใต้ เนื่องจากผลสำรวจของกระทรวงพัฒนาและความมั่นคงของมนุษย์ภาคใต้และภาคเหนือ มีผู้พิการทางสายตาและทางหูจำนวนมาก ส่วนในภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ส่วนใหญ่จะเป็นผู้พิการทางแขนขา กระทรวงจะเร่งขยายการอบรมโดยเร็ว แต่อย่างไรก็ตาม กระทรวงฯจะศึกษาความพร้อมของแต่ละพื้นที่ว่ามีความพร้อมมากน้อยเพียงใดในด้านอุปกรณ์การใช้งาน ทั้งนี้ ในปีนี้กระทรวงฯมีงบประมาณในการดำเนินงานโครงการดังกล่าว 3 ล้านบาท ซึ่งมากกว่า 2 ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2550 กระทรวงได้รับงบประมาณ 1.7 ล้านบาท และปีที่2551 ได้รับงบประมาณ 2 ล้านบาท “การดำเนินโครงการฯ ในปี2550 และ 2551 ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการฯ ทั้งสิ้น 884 คน แบ่งเป็นผู้พัฒนาเว็บไซต์จำนวน 337 คน และผู้ด้อยโอกาสจำนวน 547 คน และในปีพ.ศ. 2552 กระทรวงฯจะพัฒนาหลักสูตรให้ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยปีนี้ตั้งเป้าว่าจะมีผู้เข้ารับการอบรมจำนวนทั้งสิ้น 780 คน แบ่งเป็นการอบรมผู้พัฒนาเว็บไซต์สำหรับผู้พิการทางสายตา ระดับต้นและระดับสูง จำนวน 380 คนและผู้ด้อยโอกาสในสังคม เช่น คนตาบอด คนหูหนวก ผู้สูงอายุ สตรีแม่บ้าน สตรีที่ว่างงาน เด็กเร่ร่อน เด็กกำพร้า จำนวน 400 คน” นายสือ กล่าว |