หวังให้เป็นปากเสียงให้คนใช้โทรคมนาคม คาดเป็นรูปเป็นร่างใน 3 เดือนนี้ ด้าน ผอ.สบท.หนุนเต็มที่ ระบุควรมีนานแล้ว แต่ต้องปลอดผลประโยชน์ และเป็นไปเพื่อผู้บริโภคอย่างบริสุทธิ์แท้จริง...
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ โรงแรมอมารี แอร์พอร์ต สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) องค์กรอิสระในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) จัดประชุมการพัฒนากลไก-กระบวนการผู้แทนผู้บริโภคเพื่อร่วมกำหนดนโยบาย กฎหมาย มาตรการ เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคด้านโทรคมนาคมขึ้น
นายแพทย์ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการ สบท. กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการหารือร่วมกันของผู้แทนองค์กรผู้บริโภคจำนวน 44 องค์กร เพื่อจัดตั้งสภาผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ที่จะเป็นเวทีของตัวแทนองค์กรผู้บริโภค จากทุกภูมิภาคของไทยเข้ามามีส่วนร่วม ในกระบวนการกำหนดนโยบาย เสนอกฎหมาย กฎระเบียบ หรือมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม อีกทั้งยังเป็นปากเป็นเสียงแทนผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม
ผอ.สบท.กล่าวว่า เรื่องนี้องค์กรผู้บริโภคได้ผลักดันร่วมกันมาเป็นเวลานานแล้ว จนในที่สุดทาง กทช. ได้เห็นความสำคัญจึงกำหนดไว้ในแผนแม่บทฉบับที่ 2 ว่า ควรมีกลไกที่ผู้บริโภคสามารถมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย กฎหมาย หรือมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม โดยภารกิจสำคัญของสภาผู้บริโภคฯ คือ การจัดทำข้อเสนอแนะ การให้ความเห็นต่อนโยบาย กฎระเบียบ และมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค ทั้งในเชิงรับและเชิงรุก สำหรับด้านเชิงรับ คือ เมื่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (คบท.) และ กทช. ต้องการทราบความเห็นในเรื่องใด ที่อาจมีผลกระทบกับผู้บริโภค สภาแห่งนี้ก็จะเป็นผู้ตอบหรือจัดกระบวนการหาคำตอบ
นายแพทย์ประวิทย์ กล่าวอีกว่า งานในเชิงรุกคือ เมื่อสภาฯ เห็นว่า คบท./ กทช. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สมควรมีนโยบาย กฎหมาย หรือ มาตรการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม จะเป็นฝ่ายเสนอแนะ ในการติดตาม ตรวจสอบ และผลักดันให้เกิดนโยบาย หรือ กฎหมายดังกล่าว เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมมีผลใช้ได้จริงในทางปฏิบัติ หรือมีการบังคับใช้ รวมทั้งศึกษาติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาผู้บริโภค และผลกระทบของนโยบาย กฎหมาย และมาตรการต่างๆ ที่มีต่อการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม
นายแพทย์ประวิทย์ กล่าวถึงสถานะของสภาฯ ว่า ในเวลานี้ยังไม่จำเป็นที่จะต้องมีกฎระเบียบมารองรับสถานะ แต่สิ่งที่จำเป็นมากกว่าคือ ต้องทำให้สภาตรงนี้เกิดขึ้นจริง มีตัวตนจริง มีคณะบุคคลที่เป็นสมาชิกสภาที่ทำงานได้จริง และยืนอยู่บนหลักพื้นฐานว่า คณะทำงานนี้ต้องเป็นอิสระ ทั้งจาก กทช. คบท. และ สบท. ด้วย ดังนั้นลักษณะต้องห้ามของสมาชิกสภาผู้แทนผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมที่สำคัญ คือ ต้องไม่เป็นผู้ที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ผู้ประกอบการโทรคมนาคม และในระยะไม่น้อยกว่า 5 ปีก่อนได้รับการเสนอชื่อ
นายแพทย์ประวิทย์ กล่าวด้วยว่า สมาชิกสสภาผู้บริโภคฯ จะต้องไม่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจโทรคมนาคม อันจะเป็นปฏิปักษ์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ เป็นต้น นอกจากนี้กรรมการ สบท.หรือผู้รับผิดชอบโครงการของ สบท.ล้วนไม่มีสิทธิเป็นสมาชิกสภา ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้สภาผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมเป็นอิสระอย่างแท้จริง และทำงานเป็นปากเป็นเสียงให้กับผู้บริโภคได้อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม
รายงานข่าวแจ้งว่า สภาผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม เป็นตัวแทนจากองค์กรผู้บริโภคใน 10 ภูมิภาค ประกอบด้วยกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคกลาง ภาคเหนือตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง ภาคอีสานตอนล่าง ภาคอีสานตอนบน ภาคใต้ตอนบน ภาคใต้ตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก โดยมีตัวแทนภูมิภาคละ 3 คน นอกจากนี้ยังคัดเลือกจากกลุ่มประเด็นเฉพาะ คือ กลุ่มผู้พิการ กลุ่มเด็กและเยาวชน กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มชาติพันธ์ อีกจำนวน 15 คน และกลุ่มสุดท้ายเป็นกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน รวมทั้งหมด 50 คน
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า สำหรับขั้นตอนการดำเนินการจัดตั้งสภาผู้บริโภค ขณะนี้ ได้มีการตั้งคณะทำงานสรรหาขึ้นมามีหน้าที่ ในการจัดให้เกิดการคัดสรรสมาชิก จากสภาผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ภายใน 90 วัน นับจากวันที่ 1 มิ.ย.2552 เป็นต้นไป ระหว่างนี้คณะทำงานสรรหาจะปฏิบัติหน้าที่แทนสภาผู้บริโภคฯ เป็นการชั่วคราวก่อนจนกว่าการจัดตั้งสภาแล้วเสร็จ โดยประเดิมงานแรกด้วยการให้ความเห็นต่อร่างหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม อันจะเป็นโจทย์แรกที่คณะทำงานชุดนี้จะได้ทำ