หน้าแรก | ลงโฆษณาฟรี l หางานเชียงใหม่ l เว็บบอร์ด | ตลาดออนไลน์ | อัตราค่าโฆษณา
| ผ้าพันคอ | ของชำร่วย


cmprice.com

พื้นที่โฆษณา สนใจติดต่อ info@cmprice.com


บทความ,เกร็ดความรู้ > คอมพิวเตอร์ > บทความ > มองทางออกปัญหาลิขสิทธิ์ เมื่อกฎ หมายไม่ใช่ที่พึ่ง
บทความ,เกร็ดความรู้ > คอมพิวเตอร์ > บทความ > มองทางออกปัญหาลิขสิทธิ์ เมื่อกฎ หมายไม่ใช่ที่พึ่ง
มองทางออกปัญหาลิขสิทธิ์ เมื่อกฎ หมายไม่ใช่ที่พึ่ง
บทความ
 

 

สืบเนื่องจากปัญหาการจับกุมการละเมิดลิขสิทธิ์ที่ยังคงร้อนระอุมาจนถึงทุกวันนี้ ด้วยสถิติอย่างไม่เป็นทางการที่รวบรวมจากเว็บไซต์ศูนย์รวมผู้ประกอบการร้านอินเทอร์เน็ตเกม ได้แก่ www.v-sure.com , www.icct.in.th , www.thainetclub.com และข้อมูลที่มีผู้ร้องเรียนเข้ามายัง IT Digest ระหว่างเดือน เม.ย.- 10 ก.ย. เฉพาะคดีละเมิดเกมในเครืออาตาริ มีผู้ประกอบการร้านอินเทอร์เน็ตถูกดำเนินคดีไม่ต่ำกว่า 80 รายทั่วประเทศ เฉลี่ยอัตรายอมความอยู่ที่รายละ 20,000 – 50,000 บาท สูงสุด 140,000 บาท ทั้งนี้ กว่า 80% ยอมความ

สถิติดังกล่าวอาจเป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็งที่ส่วนใหญ่จมอยู่ใต้น้ำ ไม่ได้ปรากฏต่อสาธารณชน และยังมีอีกจำนวนมากที่ดำเนินคดีโดยค่ายเกมอื่นๆ แต่สิ่งสำคัญก็คือ ประเด็นร้อนที่ยังคงแรงอย่างต่อเนื่องกว่าครึ่งปีนี้ได้ก่อให้เกิดคำถามมากมายพุ่งตรงไปยังหน่วยงาน บุคคล รวมถึงตัวบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ว่าเพราะเหตุใดจึงยังมีคนกลุ่มหนึ่งใช้กฎหมายมาทำร้ายคนอีกกลุ่มหนึ่งได้อย่างง่ายดาย และใครจะเป็นผู้เข้ามารับผิดชอบแก้ไขปัญหาในจุดนี้

แหล่งข่าวจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า ในช่วงที่มีการกวาดจับคดีละเมิดลิขสิทธิ์มากๆ มีผู้ประกอบการร้องเรียนเข้ามายังกรมทรัพย์สินฯ แทบจะทุกวัน ทางกรมก็ได้พยายามจัดรายละเอียดต่างๆ ลงเว็บไซต์ เช่น มีเกมอะไรบ้าง ใครเป็นตัวแทนรับมอบอำนาจบ้าง บางครั้งก็ถามในลักษณะว่าเกมตัวนั้นตัวนี้มีลิขสิทธิ์หรือเปล่า มีการออกจับหรือยัง จุดนี้ทางกรมเองก็ยังไม่แน่ใจว่าการนำข้อมูลเผยแพร่นี้เป็นการส่งเสริมให้เกิดการกระทำความผิดเสียเองหรือเปล่า เพราะในส่วนของตัวร้านเอง บางรายก็ยอมรับว่าใช้ของปลอม แต่เมื่อมีเรื่องขึ้นมาก็มาร้องอีกว่าทำไมไม่เตือนก่อน

แหล่งข่าวคนเดิม บอกด้วยว่า นอกจากนี้ กรมทรัพย์สินฯ ยังได้จัดให้มีการออกบัตรตัวแทนให้กับตัวแทนนำจับผู้รับมอบอำนาจช่วงมาจากบริษัทต่างๆ ด้วย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ว่าอย่างน้อยๆ บุคคลคนนี้เป็นตัวแทนของบริษัทนี้จริง ไม่อย่างนั้นใครก็ทำหนังสือมอบอำนาจปลอมได้ ทั้งนี้ ได้ขอความร่วมมือจากทางตำรวจ คือ เวลาจะดำเนินคดี ก็ให้ขอดูบัตรนี้ด้วย แต่ก็เป็นเพียงส่วนประกอบเท่านั้น ไม่ได้บังคับ เพราะบังคับไม่ได้ เนื่องจากกฎหมายไม่ได้มีรองรับอำนาจตรงนี้ เมื่อเขามีหนังสือมอบอำนาจถูกต้อง ก็มีสิทธิในการดำเนินคดี

“สำหรับบัตรตัวแทนนี้ ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทต่างๆ จะมาขึ้นทะเบียนหรือไม่ก็ได้ เกมที่มีปัญหาส่วนใหญ่ก็จะมาขึ้นบัตรกัน แต่สิทธิจริงๆ ยังอยู่ที่หนังสือมอบอำนาจมากกว่า และกลับกลายเป็นว่าบัตรตัวแทนที่ทางกรมออกให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือที่บุคคลเอาไปเบ่ง เอาไปอ้างได้อีกเป็นดาบสองคม ตรงนี้เป็นเพราะกฎหมายควบคุมไปไม่ถึง ถ้ามีกฎหมายคุ้มครองรองรับ ทุกวันนี้ก็คงไม่มีปัญหาขนาดนี้” แหล่งข่าวคนเดียวกัน กล่าว

ขณะที่ นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ์ ที่ปรึกษากฎหมาย สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย และกรรมการสภาวิชาชีพผู้ดูแลเว็บไทย ลำดับถึงที่มาของปัญหาให้ฟังว่า เป็นเพราะส่วนใหญ่จะมีบริษัทได้รับสิทธิในฐานะผู้รับอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์คือสามารถจะดำเนินคดีอะไรต่างๆ ได้ แต่ในแง่ผลประกอบการอาจดีบ้างไม่ดีบ้าง จึงเกิดการขายหนังสือมอบอำนาจ อาจจะเป็นรายละหนึ่งแสนหรือหนึ่งหมื่นให้พวกที่รับซื้อคือบริษัทที่รับจ้างจับ พวกนี้ก็ไปเร่งจับตามที่ต่างๆ โดยกรณีที่มีการร้องเรียนบ่อยคือ ผู้ประกอบการหลายรายโดยเฉพาะอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ไม่ทราบเรื่องการลงเกมหรือเพลงดังกล่าว แต่มีตัวแทนนำจับว่าจ้างเด็กให้เข้าไปดาวน์โหลด หรือเข้าไปในเว็บไซต์ที่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ที่เซ็ตไว้อยู่แล้ว แล้วก็ดาวน์โหลดมาไว้ในเซิร์ฟเวอร์ของอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ เสร็จแล้วก็เข้าไปจับ

นักกฎหมายรายนี้ อธิบายต่อไปว่า กระบวนการดังกล่าวจะอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย เนื่องจากกฎหมายลิขสิทธิ์เป็นความผิดอันยอมความได้ รีดเงิน 5 แสน หรือ 5 หมื่นบาท หรือหนึ่งแสนก็แล้วแต่กรณี ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ไม่อยากไปโรงพักก็จะยอมความไป ถามว่าทุกวันนี้หน่วยงานรัฐมีอะไรที่ชัดเจนหรือไม่ ก็มีแค่การร้องเรียนไปยังกรมทรัพย์สินทางปัญญา แต่ตัวกฎหมายที่แก้ไขตรงนี้ยังไม่มี เพราะเป็นสิทธิโดยชอบของตัวเจ้าของลิขสิทธิ์เอง

ที่ปรึกษากฎหมาย สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ได้เสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาไว้ 3 ส่วน ด้วยกัน คือ 1. เป็นมาตรการที่ใช้ทั่วไป คือการปรับใช้กฎหมายที่มีอยู่ คือ พระราชบัญญัติว่าด้วยลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 แต่ปัญหาก็คือตัวกฎหมายที่ยังไปไม่ถึงและมีช่องโหว่อยู่มาก ซึ่งยังอยู่ระหว่างแก้ไข 2. การใช้มาตรการทางเทคนิคเข้ามาแก้ไข ได้แก่ การป้องกันการดาวน์โหลด การใช้โปรแกรมบล็อก หรือการใช้การ์ดอันดู (UNDO) เป็นต้น และ 3. เป็นมาตรการทางสังคมที่ตั้งองค์กรดูแลกันเองขึ้นมา ประกอบด้วยภาครัฐ อาทิ กระทรวงไอซีที หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนภาคเอกชนก็มีตัวแทนจากไอเอสพี ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ผู้ประกอบการ ฯลฯ เมื่อเกิดปัญหาก็ให้มีการแสดงหลักฐานมาต่อหน่วยงานนี้ และถ้าผิดจริงก็ใช้วิธีคว่ำบาตร ไม่ให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือ เป็นมาตรการทางสังคม

“ถ้าจะใช้มาตรการทางกฎหมาย ผมคิดว่ากว่าจะเลือกตั้งได้ กว่าสภาจะเปิดคงปลายปีหน้าอย่างเร็วกว่าที่กฎหมายลิขสิทธิ์ฉบับใหม่จะออกมาได้ ในขณะที่ปัญหานี้หนักข้อขึ้นทุกวัน หลังๆ มีประเภทไปเก็บแล้วยิงก็มีมาแล้วอย่างที่เชียงใหม่ ดังนั้น ตรงนี้รัฐต้องรีบเข้ามาผลักดันมาตรการทางสังคมให้เกิดขึ้น ดีกว่ามาตรการของไอซีทีที่ไปบล็อกเว็บที่รัฐไม่มีอำนาจบล็อก เพราะกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจไว้ มาตรการทางสังคมนี้จะมีประโยชน์มาก เชิญนักกฎหมาย ตำรวจหรือว่าอัยการ ผู้พิพากษาที่รู้เรื่องก็มานั่งคุยกัน ช่วยกันหลายๆ คน พอเกิดปัญหาขึ้นเราก็จะดำเนินการได้ทันที” นายไพบูลย์ ให้ข้อคิดเห็น

ด้าน พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ก็มีความคิดเห็นในเรื่องจัดตั้งองค์กรกลางเช่นเดียวกัน โดยกล่าวว่า ปัญหาที่ผ่านมานั้น เป็นเพราะผู้ที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ดังนั้น จึงน่าจะมีหน่วยงานที่มีผู้เชี่ยวชาญของตำรวจส่วนกลาง เป็นผู้ตรวจสอบว่าบริษัทผู้รับมอบอำนาจได้รับมอบอำนาจมาจากเจ้าของลิขสิทธิ์จริง มีสิทธิ์ในเกมนี้จริงหรือไม่ ออกใบรับรองให้ แล้วร้อยเวรผู้รับแจ้งความเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ต่างๆ สามารถโทรกลับมาที่ศูนย์ได้ 24 ชั่วโมงเพื่อตรวจสอบว่าเป็นผู้เสียหายที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ มีอำนาจหรือไม่ ตรงนี้ก็จะช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องความชัดเจนเกี่ยวกับผู้เสียหายว่าเป็นผู้ที่ได้รับสิทธิถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ดีเอสไอ บอกด้วยว่า สำหรับประเด็นอื่นอย่างเรื่องการประกันตัว ตนเคยเสนอให้มีระเบียบหรือกฎหมาย หรือพระราชกำหนดออกมาว่าวงเงินเท่าไหร่จึงจะควบคุมตัว และถ้าเป็นเรื่องลิขสิทธิ์แล้ว การประกันตัวอาจใช้บุคคลมาค้ำประกันได้ เช่น ส.ส. ในอำเภอ พระ ครูใหญ่ คือให้มากกว่าปกติ อาจเป็นข้าราชการระดับไหนขึ้นไป สามารถเซ็นโดยใช้ตำแหน่งค้ำประกันได้ เพราะผู้ต้องหาคงไม่หนีไปไหน เขาไม่ใช่โจรโดยกำเนิด ก็ทำมาหากินกันอยู่ตรงนั้น รวมถึงการยึดของกลางควรจะยึดอะไรบ้าง จอภาพ คีย์บอร์ด ยึดทั้งหมดเลยหรือ เสนอไปว่าให้เอาแต่ฮาร์ดดิสก์อย่างเดียว โดยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าของร้านอำนวยความสะดวก และจัดการถอดให้ร้อยเวร และการแก้ปัญหาอีกส่วนหนึ่งนั้น แน่นอนว่าต้องสร้างความรู้ความเข้าใจ มีการอบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในเรื่องต่างๆ ตลอดจนตื้นลึกหนาบางกลเม็ดของทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้ละเมิดทั้งตัวแทนนำจับ แล้วก็ออกระเบียบทางตำรวจเองด้วยว่าห้ามไปร่วมกับพวกที่ไปจับกุม เว้นแต่เป็นตำรวจท้องที่

พ.ต.อ.ญาณพล ฝากทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า “ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพราะทุกคนถือว่าไม่ใช่หน้าที่ แต่ละคนมีคนละบทบาท กรมทรัพย์สินฯ ก็มีส่วนหนึ่ง ตำรวจส่วนหนึ่ง หน่วยงานนั้นหน่วยงานนี้ก็ส่วนหนึ่ง แม้แต่ผู้เสียหายเองก็ยังแตกแยกกัน ที่ร้ายคือ ถ้ามีหน่วยงานไหน หรือมีใครสักคนที่ออกหน้าออกตามาแก้ปัญหาตรงนี้อย่างมากก็จะเข้าข่ายว่าไม่สนับสนุนการปราบปรามลิขสิทธิ์หรือเปล่า สังคมนอกประเทศเองก็พยายามบีบให้เรามองเห็นเป็นเรื่องสำคัญ เอา WTO บ้างอะไรบ้างเข้ามาใส่ ถ้าเผื่อเราเป็นตัวตั้งตัวตี ลดโทษ ให้ความสะดวกแก่ผู้ต้องหามากขึ้นจะกลายเป็นว่าเมืองไทยสนับสนุนโจรหรือเปล่า แต่ตรงนี้ถ้ากลุ่มผู้เดือดร้อนมายื่นเรื่อง เป็นคนดำเนินการเอง ผมว่าทุกคนจะสามารถให้ความร่วมมือได้”

แม้ว่าหลายคนอาจยังไม่วางใจกับตัวบทกฎหมายที่เต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำและช่องโหว่อยู่มาก หากทั้งหมดนี้ก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งดูดายเสียทีเดียว แต่ได้พยายามมองหาช่องทางและผลักดันมาโดยตลอด ติดอยู่เพียงว่ายังเป็นภาวะ “ต่างคนต่างทำ” เท่านั้น

ดังนั้น ในเมื่อขณะนี้ต่างก็ทำงานภายใต้วัตถุประสงค์เดียวกันคือพยายามสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมแล้ว ทำไมจึงไม่มีใครสักคนก้าวออกมาข้างหน้าแล้วยื่นมือมาประสานกับคนอื่นๆ โดยไม่มีคำว่าทิฐิ ธุระไม่ใช่ หรือเส้นแบ่งระหว่าง “เขา” กับ “เรา” หรือ “รัฐ” กับ “เอกชน” เพื่อที่จะไม่มีใครต้องมานั่งโทษกฎหมายหรือความคับข้องในหน่วยงานราชการ ที่สำคัญ จะได้ไม่มีใครกล้ามาเอาเปรียบกันแบบซึ่งหน้าอย่างนี้อีก

 

บทความจาก : ไทยรัฐ


 

ปิดโฆษณานี้X

ผ้าพันคอราคาถูก

ปิดโฆษณานี้X

พื้นที่โฆษณาจำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่

 


หน้าแรก l หางานเชียงใหม่ l คอมพิวเตอร์ | ตลาดออนไลน์ | เว็บบอร์ด | อัตราค่าลงโฆษณา | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี | ติดต่อเรา


เพื่อนบ้านเราทั้งหมด วิธีแลก Link

© cmprice.com since 14 Jan 2005
E-mail: info@cmprice.com
FaceBook : facebook.com/cmprice.fc
TEL. 08-0500-1180
Line id: cmprice









www.cmprice.com ที่นี่มีสิ่งดีๆ รอคุณอยู่
ผู้สนับสนุน แบบพิเศษ

บ้านหนองช้างคืน | ผ้าพันคอราคาถูก | ของชำร่วย | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี