หน้าแรก | ลงโฆษณาฟรี l หางานเชียงใหม่ l เว็บบอร์ด | ตลาดออนไลน์ | อัตราค่าโฆษณา
| ผ้าพันคอ | ของชำร่วย


cmprice.com

พื้นที่โฆษณา สนใจติดต่อ info@cmprice.com


บทความ,เกร็ดความรู้ > คอมพิวเตอร์ > บทความ > เปิดใจอธิการบดีหอการค้า หลังดึงไอที ปฏิวัติการศึกษา
บทความ,เกร็ดความรู้ > คอมพิวเตอร์ > บทความ > เปิดใจอธิการบดีหอการค้า หลังดึงไอที ปฏิวัติการศึกษา
เปิดใจอธิการบดีหอการค้า หลังดึงไอที ปฏิวัติการศึกษา
บทความ
 

ในยุคเศรษฐกิจที่ชะลอตัว หลายๆหน่วยงาน หลายๆองค์กร พยายามหาตัวช่วยที่จะมาลดต้นทุนในการทำงานขององค์กร และสิ่งที่มองเห็นเป็นสิ่งแรกที่หลายๆองค์กรมองเห็นคือ การนำเทคโนโลยีไอทีมาใช้ ไม่เว้นแม้แต่มหาวิทยาลัยที่เป็นสถานที่ๆปลูกฝังความรู้ให้กับเยาวชนที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต มหาวิทยาลัยเกือบจะทุกมหาวิทยาลัยได้เริ่มนำเทคโนโลยีไอทีมาใช้ในการเรียนการสอนเพื่อเป็นการลดต้นทุนของมหาวิทยาลัยเอง แต่ในอีกมุมหนึ่งการนำไอทีมาใช้ในระบบการศึกษาก็เป็นสิ่งที่เริ่มปลูกฝังการใช้เทคโนโลยีให้นักศึกษา เพื่อที่นักศึกษาจะได้ออกมายืนอยู่ในสังคมได้อย่างเต็มภาคภูมิ 

หากพูดถึงมหาวิทยาลัยเอกชน ที่อยู่ริมถนนวิภาวดีรังสิต คงจะไม่มีใครไม่นึกถึงชื่อ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยอย่างแน่นอน วันนี้ จีรเดช อู่สวัสดิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จะมาเปิดใจถึงการนำเทคโนโลยีไอทีมาประยุกต์ใช้กับการเรียนยุคใหม่ ผู้สนใจเชิญติดตามได้ ณ บัดนี้...

IT Digest : จุดเริ่มต้นของการนำไอทีมาใช้ในมหาลัยหอการค้าไทย?

จีรเดช : ในสมัยก่อนที่ผมเข้ารับตำแหน่งอธิการบดีในปี 2545 มหาวิทยาลัยได้นำเทคโนโลยีไอที มาใช้แบบเริ่มต้น พอผมเข้ามารับตำแหน่งอธิการบดีก็ได้รับทราบว่าอาจารย์แต่ละท่านจะได้รับแผ่นใส 40 แผ่น ให้ใช้ตลอดชีวิต คือ อาจารย์สอนเสร็จก็ต้องนำกลับไปลบ แล้วก็เขียนใหม่หากสอนในบทต่อไป ผมดูแล้วคิดว่าตรงนั้นไม่น่าจะใช่วิธีการสอนของคนยุคใหม่ ผมดูแล้วผมบอกเลยว่าผมต้องการให้อาจารย์สอนผ่านโปรแกรมพรีเซนเทชัน(Power Point) ทั้งหมดในปี 2546 พอปี 2548 ผมก็แจกโน้ตบุ๊คให้อาจารย์คนละ1 เครื่อง เพื่อให้อาจารย์เข้าสู่ Power Point ให้เร็วที่สุด ทุกห้องของการเรียนการสอนมีการเปลี่ยนแปลงเป็น อีคลาสรูม หรือ ห้องเรียนอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งหมด คือ มีคอมพิวเตอร์ มีโปรเจ็กต์เตอร์ มีวิคชัวร์ไลท์เซอร์ และผมก็สั่งถอดเครื่องฉายสไลด์ออก เพราะหากไม่ถอดออกอาจารย์ก็จะยังไม่เปลี่ยนพฤติกรรมในการสอน การถอดออกจึงเป็นการบังคับให้อาจารย์ต้องเตรียมการสอนโดยใช้ Power Point ผมคิดว่าเราก้าวมาเร็วมากตั้งแต่ปี 2545 ที่เป็นแผ่นใส พอมาปี 2548 เราเป็น Power Point หมดแล้ว

IT Digest : ยากหรือไม่กับการเปลี่ยนพฤติกรรมอาจารย์ให้หันมาใช้การสอนแบบ Power Point แทนแผ่นใส?

จีรเดช : ผมคิดว่าที่หอการค้าโชคดี ที่เปลี่ยนแปลงได้ง่ายและไม่มีปัญหาอะไร ผมเชื่อว่าหากเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐบาล ณ วันนี้คงจะมีการเปลี่ยนแปลงไม่ครบ 100% แน่นอน อาจจะยังเป็นการใช้ชอกล์ การพูด และยังใช้แผ่นใสเก่าๆอยู่ แต่มหาวิทยาลับหอการค้าตอนนี้เปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว100% โดยเปลี่ยนมาได้ 4 ปีแล้ว เพราะว่ามหาวิทยาลัยเปลี่ยนห้องเรียนให้เป็นอีคลาสรูมหมด

IT Digest : เห็นแบบอย่างการใช้เทคโนโลยีไอทีมาใช้ในมหาวิทยาลัยมาจากที่ใด หรือเป็นสิ่งที่คิดเอง?

จีรเดช : ผมคิดว่าการเรียนการสอนแบบที่ผมทำเป็นแนวทางที่มหาวิทยาลัยควรจะไป เพราะตอนที่ตั้งมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยวิสัยทัศน์ มหาวิทยาลัยก็บอกอยู่แล้วว่าหอการค้าจะเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำทางด้านธุรกิจในเอเชีย โดยธุรกิจจะต้องเน้นการค้า เพราะมหาวิทยาลัยชื่อมหาวิทยาลัยหอการค้า ส่วนเอเชีย มหาวิทยาลัยกำหนดตัวเองว่าจะแข่งขันกับนานาชาติ ไม่แข่งขันกับมหาวิทยาลัยในประเทศ ดันนั้นมหาวิทยาลัยจะต้องไปสู่อิเล็กทรอนิกส์ให้เร็วที่สุด โดยความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยคือต้องนำเทคโนโลยีไอทีมาใช้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะฉะนั้นต้องเริ่มปรับที่การเรียนการสอนเป็นอันดับแรกเพื่อให้สอดคล้องกันให้ได้ก่อน

หลังจากที่มหาวิทยาลัยแจกโน้ตบุ๊คให้อาจารย์แล้ว มหาวิทยาลัยได้ตกลงกับอาจารย์ผู้สอนว่าอาจารย์จะต้องทำอีเลิร์นนิ่ง ภายใน 2-3 ปี หลังจากนั้น มหาวิทยาลัยได้แจกแฟลชไดร์ฟ 2 กิ๊กให้อาจารย์ และต่อจากนั้นมหาวิทยาลัยแจกพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นเครื่องชี้และสามารถเลื่อนสไลด์ Power Point ได้เลยในตัว อย่างไรก็ตามในปี2552 มหาวิทยาลัยจะแจกบลูทูธ ที่มหาวิทยาลัยพัฒนาเองจากบลูทูธปกติให้สามารถเข้าไปในแอมป์ได้ เพื่อที่จะนำมาใช้แทนไมโครโฟน เป็นแห่งแรกในโลก และขณะนี้มหาวิทยาลัยได้จดลิขสิทธิ์แล้ว โดยในเดือน ส.ค.มหาวิทยาลัยจะนำบูลทูธดังกล่าวไปขายที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ในงานเอ็กซโปแคมปัสเทคโนโลยี เนื่องจากตลาดในสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดใหญ่

IT Digest : การแจกโน้ตบุ๊คทำให้พฤติกรรมการสั่งงานของอาจารย์เปลี่ยนไปหรือไม่?

จีรเดช : เปลี่ยนไป จากเดิม Power Point ของอาจารย์จะเป็น What แต่ขณะนี้ Power Point ของอาจารย์จะต้องเปลี่ยนเป็น Why กับ How โดยอาจารย์จะต้องไปเตรียมการสอนใหม่ ในรายวิชาที่มี What อาจารย์จะต้องเอา What ไปลงในเว็บไซต์ และเอกสารรายงานจะต้องส่งทางอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น

ถือเป็นนโยบายของมหาวิทยาลัยในการลดใช้กระดาษ โดยขณะนี้ลดไปได้เยอะมาก จากเดิมที่มหาวิทยาลัยมีแผนกสิ่งพิมพ์ขณะนี้กำลังจะยุบแผนกดังกล่าวแล้ว โดยจะนำบุคลากรแผนกสิ่งพิมพ์มาช่วยอาจารย์ในการสร้างเนื้อหา โดยใช้ความสามารถในการพิมพ์ที่ตัวเองมีอยู่

ส่วนการอัพเดทเนื้อหาเพื่อขึ้นเว็บไซต์ อาจารย์สามารถทำได้เองเลย อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่า หากมหาวิทยาลัยทำอย่างนี้ 4 ปี นักศึกษาของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยจะเป็นมนุษย์พันธุ์ใหม่ที่สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และหากไปดูตามสนามบินที่ต่างประเทศจะเห็นได้เลยว่ามนุษย์พันธุ์ใหม่ที่ว่าจะเปิดโน้ตบุ๊คแล้วนั่งทำงานได้ทุกที่ นักศึกษาของมหาวิทยาลัยหอการค้าขณะนี้เริ่มเป็นอย่างนั้นแล้ว ดูได้จากขณะนี้ไม่ว่านักศึกษาจะนั่งอยู่ที่ใดก็จะเปิดโน้ตบุ๊คทำโน่นทำนี่ตลอดเวลาจากเดิมที่นักศึกษาใช้กระดาษเขียน และจากการค้นคว้าด้วยตัวเองทางอินเทอร์เน็ตจะทำให้นักศึกษาเก่งภาษาอังกฤษมากขึ้น ทักษะทางด้านคอมพิวเตอร์เก่งขึ้น การทำงานเร็วขึ้น โดยใช้การสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ และนักศึกษากลุ่มนี้จะเป็นมนุษย์ยุคใหม่ที่สังคมต้องการ เนื่องจากมีการสื่อสารกันเร็วขึ้น และผมคิดว่ามหาวิทยาลัยหอการค้าเป็นมาหวิทยาลัยแห่งแรก และมหาวิทยาลัยเดียวที่ทำได้ถึงขนาดนี้

IT Digest : ขณะนี้มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้การลงทุนทางด้านการพัฒนาไอที ในเรืองใดบ้างแล้ว?

จีรเดช : การลงทุนจะมีขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การแจกโน้ตบุ๊ค แจกแฟลชไดร์ฟ แจกพรีเซ็นเตอร์ให้อาจารย์ และในปี2551 มหาวิทยาลัยได้แจกโน้ตบุ๊คให้นักศึกษาคนละ 1 เครื่อง โดยไม่ได้คิดเพิ่มจากค่าหน่วยกิจ แต่เป็นช่วงครบ 7 ปีที่มหาวิทยาลัยจะต้องขึ้นค่าหน่วยกิจ1ครั้ง พอมหาวิทยาลัยขึ้นค่าหน่วยกิจแล้วมหาวิทยาลัยจึงอาศัยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้นักศึกษา โดยการแจกโน้ตบุ๊ค ตอนนั้นที่มหาวิทยาลัยแจกโน้ตบุ๊คราคาจะอยู่ที่ประมาณ 22,000 บาท มหาวิทยาลัยแจกทั้งหมดประมาณ 5,000 เครื่อง มีการติดตั้งปลั๊กไฟตามม้านั่งต่างๆเพื่อให้นักศึกษาได้ใช้โน้ตบุ๊คทุกที่ทุกเวลา อย่างไรก็ตามในช่วงแรกที่มหาวิทยาลัยแจกโน้ตบุ๊คก็คิดว่านักศึกษาคงจะตื่นเต้นแล้วนำมา ปรากฎว่าโน้ตบุ๊คหนักนักศึกษาจึงไม่นำมา

โดยในปีนี้มหาวิทยาลัยรู้แล้วว่าเกิดปัญหาอะไรบ้างและปีนี้มหาวิทยาลัยจะแจกโน้ตบุ๊คเครื่องเท่าเน็ตบุ๊ค น้ำหนักประมาณ 8 ขีด ที่ขณะนี้มหาวิทยาลัยได้เขียนคุณสมบัติทางเทคนิคของโน้ตบุ๊คไว้แล้ว อยู่ระหว่างวการประมูลอยู่ โดยมีบริษัทตัวแทนจำหน่ายโน้ตบุ๊คทุกยี่ห้อเข้าร่วมประมูล ทั้งนี้คุณสมบัติทางเทคนิคที่มหาวิทยาลัยกำหนดนั้นเป็นคุณสมบัติที่จะต้องมาใช้กับการเรียนแบบไฮบริดจ์ของมหาวิทยาลัย

ทางด้านอาจารย์มหาวิทยาลัยได้เซ็นสัญญากับบริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) เพื่อให้อาจารย์สามารถทำวิจัยจากที่บ้านได้ คือให้สายอินเทอร์เน็ตความเร็วแบบเมโทไลน์ที่เป็นอินเทอร์เน็ตที่เร็วที่สุดในประเทศไทยขณะนี้ฟรีแกอาจารย์เพื่อใช้งานที่บ้าน โดยมหาวิทยาลัย ทำตัวเหมือนไอพี เป็นโครงการรีเสริซแอดโฮม หรือการทำวิจัย 24 ช.ม. ด้วยความเร็วเท่ากับทำที่มหาวิทยาลัย สาเหตุที่ต้องทำแบบนี้เนื่องจากเวลาที่อาจารย์ต้องการใช้งานฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัยจะได้ใช้งานได้เลย แม้อาจารย์จะทำที่บ้านแต่ก็เหมือนกับทำที่มหาวิทยาลัย คือ ผมมองว่าอาจารย์จะต้องเก่งก่อน ที่จะสอนนักศึกษา อาจารย์ต้องเตรียมการสอนได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้ทำมาประมาณปีกว่าแล้ว ได้รับผลตอบรับจากอาจารย์อย่างดี ทำให้อาจารย์สามารถทำวิจัย และใช้งานได้ง่ายขึ้น 
 
IT Digest : คำว่าการเรียนการสอนระบบไฮบริจด์เป็นศัพท์ที่มีที่มาอย่างไร?

จีรเดช : ระบบไฮบริจด์ เป็นศัพท์ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าคิดขึ้นเองและได้จดลิขสิทธิ์ไว้เรียบร้อยแล้ว โดยระบบดังกล่าวเป็นการนำการเรียน 2 อย่างมาผสมกัน ได้แก่ การเรียนแบบออนไลน์และการเรียนในชั้นเรียน โดยข้อดีของการเรียนการสอนระบบไฮบริจด์ คือ 1.สามารถเรียนที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมหาวิทยาลัยจะนำเนื้อหาของวิชาเรียนมาขึ้นเว็บไซต์ไว้ เพื่อให้นักศึกษาได้อ่านก่อนเข้าห้องเรียน และในเวลาเรียนอาจารย์ก็จะถามคำถามให้นักศึกษาตอบเพื่อเป็นการเก็บคะแนน การทำระบบนี้มาใช้จะได้ 2 อย่างคือ ได้เนื้อหา และได้มีปฏิสัมพันธ์ในการถามตอบระหว่างอาจารย์และลูกศิษย์

ตอนตอบคำถามในห้องเรียนนักศึกษาจะตอบกันเยอะมากในชั้นเรียน จะทำให้อาจารย์ได้รู้ว่านักศึกษาคนไหนรู้เรื่องหรืออ่านบทเรียนมาก่อนล่วงหน้าหรือไม่ โดยอาจารย์จะใช้เครื่องที่เรียกว่ามายช้อยส์ทิกเกอร์ ที่เสียบบัตรประจำตัวนักศึกษาเครื่องก็จะอ่านว่าเครื่องนี้นักศึกษาชื่อว่าอะไรพออาจารย์ถามคำถามในห้องเรียนนักศึกษาสามารถกดคำตอบได้เลยว่าจะตอบข้อไหน โดยคำตอบจะเข้าเครื่องไปประมวลผลว่านักศึกษาแต่ละคนตอบถูกกี่ข้อผิดกี่ข้อ และตัดเกรดได้ทันที โดยในปีนี้มหาวิทยาลัยจะทำเครื่องดังกล่าวแจกนักศึกษาที่เข้าใหม่ประมาณ 5,000 เครื่อง จะทำให้นักศึกษาไม่ง่วงนอน และทำให้นักศึกษาสนใจการเรียนมากขึ้น นักศึกษาจะเข้าเรียนทุกชั่วโมง ลดการโดดเรียนของนักศึกษา ทำให้นักศึกษาเปลี่ยนพฤติกรรม และทำให้เห็นได้ว่านักศึกษาเรียนรู้ได้มากขึ้น เพราะใน 1 ชั่วโมงที่อาจารย์สอนไม่ต้องเริ่มต้นที่ What อาจารย์มาบอก Why กับ How ทำให้นักศึกษามีโอกาสในการสอบถามและมีปฏิสัมพันธ์กับอาจารย์มากขึ้น

IT Digest : การพัฒนาหลักสูตรทางด้านไอทีของมหาวิทยาลัยขณะนี้เป็นอย่างไรบ้าง?

จีรเดช : ขณะนี้มหาวิทยาลัยได้พัฒนารายวิชาให้เป็นระบบไฮบริดจำนวน 45 รายวิชาแล้ว ทั้งนี้มหาวิทยาลัยจะต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพราะขณะนี้นักศึกษาที่เรียนระบบไฮบริดกำลังจะขึ้นชั้นปีที่ 2 เพราะฉะนั้นรายวิชาของชั้นปีที่2 ก็จะต้องเริ่มพัฒนาและจะต้องพัฒนาไปเรื่อยๆให้ครบทั้ง 720 รายวิชา ที่จะต้องทำภายใน 4ปี

IT Digest : ความพร้อมของนักศึกษาต่อการเรียนในระบบไฮบริดจ์?

จีรเดช : นักศึกษาพร้อมมาก แต่เด็กที่เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยหอการค้าจะมีหลายเกรด คือ ถ้าเป็นเด็กในกรุงเทพฯ จะใช้คอมพิวเตอร์เป็น แต่เด็กในต่างจังหวัดจะใช้คอมพิวเตอร์ไม่ค่อยเป็น แต่มหาวิทยาลัยจะมีการสอบการใช้คอมพิวเตอร์ขั้นพื้นฐานก่อนที่จะเริ่มเรียนตามปกติ โดยเด็กที่ผ่านมหาวิทยาลัยจะให้เรียนขั้นแอดวานซ์ แต่หากใครไม่ผ่านมหาวิทยาลัยจะปูพื้นให้โดยเก็บวิชาละ 500 บาท ทั้งนี้เด็กที่ผ่านปี1 จะมีพื้นฐานการใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างแน่นอน โดยโปรแกรมพื้นฐานที่ใช้ในการสอบได้แก่ Microsoft Outlook , Microsoft Power Point, Microsoft Access , Microsoft Word, Microsoft Excel โดยให้นักศึกษาเลือกทำโปรแกรมใดก็ได้ 3 ใน 5 

IT Digest : การสอบพื้นฐานคอมพิวเตอร์เด็กกรุงเทพฯกับเด็กต่างจังหวัด แตกต่างกันหรือไม่อย่างไร?

จีรเดช : มีนักศึกษาตกจากการสอบพื้นฐานคอมพิวเตอร์เยอะเหมือนกัน และเด็กที่ตกส่วนใหญ่จะเป็นเด็กต่างจังหวัดที่ไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์ แต่พอเด็กได้เข้ามาเรียนก็สามารถปรับตัวได้ดี คือเด็กไทยสมัยใหม่จะเกิดมาพร้อมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพราะฉะนั้นการปรับตัวจะทำได้เร็วกว่า พอ 1 ปี ผ่านไปความแตกต่างในด้านคอมพิวเตอร์ระหว่างเด็กในกรุงเทพฯกับเด็กต่างจังหวัดจะไม่มีให้เห็นเลย

IT Digest : ในอนาคตมหาวิทยาลัยจะมีการลงทุนเรื่องไอทีในด้านใดบ้าง

จีรเดช : 1.เราจะพัฒนาสิ่งที่มีอยู่ให้ดีขึ้นก่อน และ 2.ขณะนี้มหาวิทยาลัยวางแผนทำมหาวิทยาลัยให้เป็นระบบ ERP คือข้อมูลทุกอย่างทุกเรื่องจะเก็บไว้เป็นฐานข้อมูล และถึงเวลาจะมีโปรแกรม SAPมาประมูลผล โดยสิ่งที่ผมอยากเห็นคือ การใช้อิเล็กทรอนิกส์ได้ทุกเรื่อง เพราะบุคลากรทุคนในมหาวิทยาลัยมีบัตรสมาร์ทการ์คกันทุกคน จะต่อยอดให้ทุกบริการใช้ผ่านบัตรสมาร์ทการ์ด เช่น เวลาจองห้อง จองสนามฟุตบอล จะต้องจองผ่านระบบ ERP คาดว่าจะทำได้ภายใน 1 ปี เนื่องจากเรื่องไอทีเป็นเรื่องที่รอช้าไม่ได้

IT Digest : การเฝ้าระวังในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของนักศึกษามหาวิทยาลัยมีวิธีป้องกันอย่างไร?

จีรเดช : มหาวิทยาลัยจะใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์ไลฟ์ ในการเข้าสู่อินเทอร์เน็ต โดยโปรแกรมนี้จะบอกได้เลยว่านักศึกษาใช้อินเทอร์เน็ตของมหาวิทยาลัยดูอะไร ทำอะไร โดยมหาวิทยาลัยได้บล็อกเว็บไซต์ที่ต้องห้ามไว้หมดแล้ว อีกทั้งยังมีศูนย์เฝ้าระวังผ่านไมโครซอฟต์ไลฟ์ไดเล็คทอรี ใครจะเข้าอินเทอร์เน็ตเว็บโป๊ะไม่ได้ โปรแกรมดังกล่าวทำให้มหาวิทยาลัยรู้ขนาดว่านักศึกษาเปิดเว็บอะไรเมื่อไหร่และได้ทำอะไรในเว็บไซต์ดังกล่าวบ้าง มีการดาวน์โหลดหนังเรื่องอะไร มหาวิทยาลัยรู้ถึงตัวนักศึกษาเลย เพราะโน้ตบุ๊คที่มหาวิทยาลัยแจกจะมีหมายเลขประจำเครื่องอยู่ แล้วมหาวิทยาลัยจะล็อกไอพีของเครื่องไว้หมด เพื่อความปลอดภัย และเหตุผลดังกล่าวจึงทำให้มหาวิทยาลัยต้องออกแบบคุณสมบัติของเครื่องต่างจากเครื่องปกติ

IT Digest : ;วิธีการป้องกันนักศึกษาเล่นเกมระหว่างเรียน?

จีรเดช : ถ้าเป็นโปรแกรมของนักศึกษาที่ลงในเครื่องเอง มหาวิทยาลัยไม่สามารถป้องกันได้ แต่หากเล่นผ่านอินเทอร์เน็ตของมหาวิทยาลัยจะไม่สามารถทำได้ อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่านักศึกษาจะไม่สามารถเล่นเกมระหว่างเรียนได้เนื่องจากอาจารย์จะมีการถามคำถามอยู่ตลอดเวลา หากไม่สนใจก็จะไม่สามารถตอบคำถามได้และคะแนนของนักศึกษาอยู่ตรงนั้น และพออาจารย์เห็นนักศึกษาเล่นเกมก็จะถามคำถามทันที

IT Digest : อยากฝากถึงผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์บ้าง

จีรเดช : การศึกษาคือการลงทุนควรจะลงทุนให้กับตัวเอง ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไม่ได้หวังผลกำไร เพราะฉะนั้นค่าหน่วยกิจไม่แพงแต่คุ้มค่า การเรียนหน่วยกิตละ 100 ต่างกับหอการค้าที่จบมาแล้วได้งานกับไม่ได้งานก็ต่างกันเยอะ แล้วจบจากหอการค้าจะเป็นประชากรของโลกที่สมบูรณ์และมั่นใจในด้านการใช้ไอที ภาษาอังกฤษ ความรู้ เรื่องการแสดงความคิดเห็น การแสดงออก สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นสิ่งที่ธุรกิจต้องการ นี่คือสิ่งที่หอการค้าทำให้นักศึกษาแตกต่างจากที่อื่น



บทความจาก : ไทยรัฐ
 

ปิดโฆษณานี้X

ผ้าพันคอราคาถูก

ปิดโฆษณานี้X

พื้นที่โฆษณาจำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่

 


หน้าแรก l หางานเชียงใหม่ l คอมพิวเตอร์ | ตลาดออนไลน์ | เว็บบอร์ด | อัตราค่าลงโฆษณา | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี | ติดต่อเรา


เพื่อนบ้านเราทั้งหมด วิธีแลก Link

© cmprice.com since 14 Jan 2005
E-mail: info@cmprice.com
FaceBook : facebook.com/cmprice.fc
TEL. 08-0500-1180
Line id: cmprice









www.cmprice.com ที่นี่มีสิ่งดีๆ รอคุณอยู่
ผู้สนับสนุน แบบพิเศษ

บ้านหนองช้างคืน | ผ้าพันคอราคาถูก | ของชำร่วย | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี