• นศ.สาวสวยหาย นับเดือน-ไปกับเสี่ย |
โพสต์โดย กรรมกรข่าว , วันที่ 15 ก.ย. 54 เวลา 09:32:34 IP: Hide ip |
กด like เพื่อติดตามข่าวสารดีๆ จาก cmprice.com VVVVVV
ลิงก์ผู้สนับสนุน
|
ลิงก์ผู้สนับสนุน
© เนื้อหาข่าว/กระทู้
พร้อมเบนซ์ป้ายแดง เผยอยู่ปี4หอการคา แม่โร่ร้องกองปราบ
หายลึกลับ - ภาพถ่ายน.ส.ปรัชฎา แต้มพรมรินทร์ น.ศ.ปี 4 มหาวิทยาลัยหอการคา ซึ่งนางพรนภา มารดาแจ้งกองปราบฯ หลังหายตัวลึกลับไปเกือบ 1 เดือนพร้อมรถเบนซ์ป้ายแดง ยังไม่รู้ชะตากรรม เมื่อวันที่ 14 ก.ย.
|
โร่ร้องกองปราบฯ น.ศ.สาวปี 4 ม.หอ การค้าฯ หายตัวลึกลับไร้ชะตากรรมเกือบเดือน สอบน้องสาวระบุพี่คบหากับเสี่ยรับเหมาถมดิน ซื้อเบนซ์ป้ายแดงให้ขับ มีคอนโดฯ ให้อยู่ ก่อนเกิดเหตุบอกจะไปกินข้าวกับเสี่ย แล้วก็หายไปพร้อมรถ มือถือก็ติดต่อไม่ได้ โทร.หาเสี่ยอ้างไม่รู้เรื่อง ซ้ำยังให้ทำใจ ไปดูดวงมาหมอดูบอกพี่เสียชีวิตไปแล้ว ถูกคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์ สงสัยมีส่วนเกี่ยวข้อง ตร.ค้นประวัติพบเคยต้องคดีฆ่า น.ศ.สาวศรีปทุม หลาน "พล.ต.อ.ประชา" รมว.ยุติธรรม แต่อัยการสั่งไม่ฟ้อง พบเบาะแสล่าสุดขับรถไปแถวศูนย์ราชการแปดริ้ว บ้านพักเสี่ย
เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่กองปราบปราม นางพรนภา นิลพาย อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 407/3 ถนนรณชัยชาญยุทธ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด และน.ส.ขนิษฐา แต้มพรมรินทร์ อายุ 18 ปี ลูกสาว เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.1 ป. พ.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุรีย์ รอง ผกก.1 ป. และพ.ต.ท.คณพัฒน์ พาหุมันโต สว.กก.1 ป. เพื่อขอให้ช่วยสืบสวนสอบสวนติดตามหาตัว น.ส.ปรัชฎา หรือกุ๊กไก่ แต้มพรมรินทร์ อายุ 24 ปี ลูกสาว เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งหายตัวไปอย่างลึกลับพร้อมกับรถเบนซ์ รุ่นอี 200 สีดำ ทะเบียนป้ายแดง ฎษ 9119 กทม. หลังขับออกจากคอนโดมิเนียม ย่านศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ ไปตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา หวั่นเกรงว่าจะได้รับอันตราย
จากการสอบสวน น.ส.ขนิษฐาให้การว่า พี่สาวพักอาศัยอยู่เพียงลำพังที่ห้องพักเลขที่ 611 อาคารเอช ดิไอริส คอนโดมิเนียม ย่านศรีนครินทร์ โดยก่อนหน้านี้ทราบว่าพี่สาวคบหากับเสี่ยมีอายุคนหนึ่ง ประกอบอาชีพรับเหมาถมดิน พี่สาวเคยพาเสี่ยมาให้รู้จัก และกินข้าวด้วยกัน 2-3 ครั้ง อีกทั้งยังทราบว่าห้องพักและรถเบนซ์ป้ายแดงนั้นเสี่ยเป็นคนจ่ายเงินให้ ระหว่างที่ทั้งคู่คบหากันก็มีปากเสียงกันบ้างเป็นครั้งคราว พี่สาวเคยบอกไว้ว่าหากติดต่อไม่ได้ภายใน 3 วัน ให้ไปหาที่ห้องพักคอนโดฯ
น.ส.ขนิษฐาให้การต่อว่า จนกระทั่งเมื่อวันที่ 19 ส.ค. พี่สาวโทรศัพท์มาหา บอกว่าจะออกไปกินข้าวกับเสี่ย เมื่อผ่านไปหลายชั่วโมงก็โทรศัพท์กลับไปหาเพื่อถามว่าขณะนั้นเป็นอย่างไรบ้าง เดินทางกลับถึงที่พักแล้วหรือยัง แต่ปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อพี่สาวได้ เนื่อง จากโทรศัพท์มือถือถูกปิด พยายามติดต่ออยู่หลายครั้งก็ยังติดต่อไม่ได้ จึงตัดสินใจเดินทางไปหาที่คอนโดฯ พบว่าห้องล็อก เมื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ประจำคอนโดฯ ทราบว่าพี่สาวไม่ได้กลับเข้าห้องพักมาเป็นเวลา 3 วันแล้ว จึงโทรศัพท์หาเสี่ย แต่เสี่ยบอกว่าไม่ทราบเรื่อง และไม่ได้พบกัน ผ่านไปหลายวันก็ยังติดต่อพี่สาวไม่ได้ จึงไปแจ้งความคนหายที่ สน. ประเวศ เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ทางตำรวจติดต่อเสี่ยมาให้ข้อมูล แต่เสี่ยอ้างว่าไม่สบาย และติดธุระส่วนตัว
"ช่วงนั้นหนูก็สงสัยพฤติกรรมของเสี่ย เพราะเสี่ยไม่เคยถามถึงพี่สาวเลย ทั้งที่หายตัวไปหลายวันแล้ว มีแต่โทรศัพท์มาถามถึงความคืบหน้าของคดีที่แจ้งความไว้ที่ สน.ประเวศ อีกทั้งยังทวงเงินค่ารถเบนซ์ที่ช่วยออกเงินไปส่วนหนึ่ง และลงชื่อค้ำประกันไว้ด้วย นอกจากนี้ ยังโทรศัพท์มาหาหนูแล้วพูดด้วยว่า ได้ไปดูดวงมาแล้วหมอดูบอกว่าพี่สาวเสียชีวิตไปแล้ว โดยถูกคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์เอารถยนต์ไป ขอให้ทำใจ จากพฤติกรรมที่ไม่สนใจพี่สาว ไม่ไปให้ข้อมูลกับตำรวจ ประกอบกับที่พี่สาวเคยเล่าให้ฟังว่าเสี่ยคนนี้เคยต้องคดีฆ่าแฟนสาวตัวเองติดตัวอยู่ จึงเชื่อว่าเสี่ยคนนี้น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของพี่สาว" น.ส. ขนิษฐากล่าว
ส่วนนางพรนภาให้การว่า มีลูกสาว 2 คน น.ส.ปรัชฎาเป็นลูกคนโต ทราบเพียงว่าลูกคบหากับเสี่ย แต่ก็ไม่ได้ขัดขวางแต่อย่างใด และลูกสาวก็ไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งรุนแรงกับใครจนถึงขั้นต้องเป็นอันตราย หรือเป็นเหตุให้หายตัวไปแบบนี้ หลังเกิดเรื่องกับลูกสาวก็ได้พบกับเสี่ยคนนี้ครั้งหนึ่ง แต่เมื่อพบกันเขาก็พูดแต่เรื่องรถเบนซ์ ไม่ได้พูดถึงลูกสาวแม้แต่คำเดียว จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ทราบชะตากรรมว่าเป็นอย่างไร จึงเดินทางมาร้องทุกข์ต่อกองปราบปรามให้ช่วยสืบสวนติดตามอีกทางหนึ่ง
ด้านพ.ต.ท.คณพัฒน์เปิดเผยภายหลังรับแจ้งความว่า พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. และ พ.ต.อ.ปิยะ สั่งการชุดสืบสวน กก.1 ป. สืบหาเบาะแสแล้ว จากการตรวจสอบประวัติเสี่ยพบว่าเคยมีประวัติต้องคดีฆ่า น.ส.พรชิตา พรหมนอก อายุ 25 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยศรีปทุม มีศักดิ์เป็นหลานสาว พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม เหตุเกิดเมื่อเดือน ก.ค.2551 แต่คดีนี้ทางพนักงานสอบสวน และอัยการสั่งไม่ฟ้อง ทำให้คดียุติไปแล้ว นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ลงวันที่ 6 ต.ค.2552 ข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน หลังจากแจ้งความว่าโฉนดที่ดินแปลงหนึ่งหายไป แต่จริงๆ แล้วนำไปใช้กู้ยืมเงินจากผู้เสียหายรายหนึ่ง ต่อมาเมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมาตำรวจจับกุมตัวได้ แต่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ดำเนินคดีต่อไป
สว.กก.1 ป.กล่าวว่า ส่วนกรณีที่แจ้งความคนหาย และสงสัยเสี่ยจะมีส่วนเกี่ยวข้องนั้น ทางชุดสืบสวนกก.1 ป. ได้ประสานชุดสืบ สวน บช.ภาค 2 เข้าตรวจค้นบ้านพักผู้ต้องสงสัยรายนี้ใน จ.ฉะเชิงเทรา แล้ว แต่ยังไม่พบหลักฐานที่เกี่ยวข้อง จึงนำรถกระบะมิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน สีเงิน ของเสี่ย ส่งไปตรวจสอบที่กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ จะทราบผลภายใน 1 สัปดาห์ และจากแนวทางสืบสวนพบเบาะแสล่าสุดของน.ส.ปรัชฎา ว่าก่อนหายตัวได้ขับรถเบนซ์ไปในพื้นที่ใกล้กับศูนย์ราชการเมืองฉะเชิงเทรา ในช่วงเวลา 21.00-23.00 น. วันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา หากผู้ใดในบริเวณดังกล่าวพบเห็นขอให้แจ้งข้อมูลที่ กก.1 ป.
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdOREUxTURrMU5BPT0=§ionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1TMHdPUzB4TlE9PQ==
ลิงก์ผู้สนับสนุน
|
ลิงก์ผู้สนับสนุน
|
|
|
|
แจ้งลบกระทู้นี้
อ่าน 2538 |
|
แสดงความคิดเห็น |
โดย กรรมกรข่าว
IP: Hide ip
, วันที่ 15 ก.ย. 54
เวลา 09:32:34
|