• ชาวสวนลำไยจี้!ให้ล้างสต็อกเก่า |
โพสต์โดย กรรมกรข่าว , วันที่ 06 ต.ค. 50 เวลา 11:02:59 IP: Hide ip |
กด like เพื่อติดตามข่าวสารดีๆ จาก cmprice.com VVVVVV
ลิงก์ผู้สนับสนุน
|
ลิงก์ผู้สนับสนุน
© เนื้อหาข่าว/กระทู้
เกษตรกรผู้ปลูกลำไย จ.เชียงใหม่-ลำพูนจำนวนกว่า 300 คนประชุมเครียดหลังจากที่รัฐบาลจะเอาลำไยปี พ.ศ.2546-2547 ออกจำหน่าย หวั่นกระทบลำไยปี พ.ศ.2550 ขณะที่ปัญหาลำไยตกค้างจำนวนกว่า 60 ล้าน กก.ยังไม่มีการทำลายทิ้ง หน่วยงานรับผิดชอบทั้งจังหวัด อ.ต.ก. และ คตส.รวมทั้งทหารชี้แจงวันเดียวไม่สามารถยุติข้อตกลงได้ ชาวบ้านขอให้ทำลายลำไยเก่าทิ้งให้หมด และขอสรุปกันใหม่อีกครั้ง
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 4 ต.ค.นายวิชาญ จารธรรม ประธานองค์กรเครือข่ายผู้ปลูกลำไยภาคเหนือ พร้อมชาวบ้านใน จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำพูน จำนวน 300 คน รวมประชุมที่ห้องประชุมใหญ่โรงเรียนเทคนิคลำพูน มีนายพิพัมน์ ชูวุฒิยากร เกษตรและสหกรณ์ จ.ลำพูน มาชี้แจงชาวบ้าน และยังมีตัวแทนทางจังหวัดและตัวแทนจากทหารเข้ามาชี้แจงถึงการทำงานแก้ไขปัญหาลำไย
นายวิชาญ จารธรรม ประธานองค์กรเครือข่ายผู้ปลูกลำไยภาคเหนือ กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวสืบเนื่องจากทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการจำหน่ายลำไยอบแห้งปี พ.ศ.2546-2547 โดยรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบการประชุมเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมาให้จำหน่ายลำไย บุบเปลือก ปี 2546-2547 ที่เก็บไว้ในคลัง อ.ต.ก.และ อคส. รวม 115 แห่ง จำนวน 67,176,990 กก.โดยต้องบุบเปลือกลำไยอบแห้งส่งมอบให้ผู้ซื้อในขณะนี้ ที่เกษตรกรเชื่อว่าน่าจะเสียหายไปจำนวนมากแล้ว
ซึ่งหากดำเนินการตามที่รัฐบาลแจ้งมานั้นจะกระทบกับเกษตรกรผู้ปลูกลำไย โดยเฉพาะผู้ที่แปรสภาพลำไยเป็นลำไยอบแห้งปี พ.ศ.2550 อย่างแน่นอน ทางองค์กรเครือข่ายผู้ปลูกและผลิตลำไยภาคเหนือ จึงประสานกับผู้ปลูกลำไยภาคเหนือทั้งหมดให้ส่งตัวแทนมารับทราบปัญหาดังกล่าวกับทางเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบคือทางตัวแทนจังหวัด และตัวแทน อ.ต.ก. และ อคส.ได้มาชี้แจ้ง "ช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีข่าวออกมาว่ารัฐได้รับซื้อลำไยบุบเปลือก กก.ละ 5 บาท และยังมีนายหน้า หรือเป็นกลุ่มพ่อค้าที่อาจจะสร้างสถานการณ์ออกมาปล่อยข่าวว่าจะรับซื้อลำไยเก่าที่ไม่บุบเปลือกในราคา กก.ละ 16 บาท หรืออาจจะลดลงเหลือ 12 บาท ได้สร้างความแตกตื่นให้กับเกษตรกรที่มีผลผลิตลำไยปี 50
ว่าทำไมรัฐขายลำไยที่บุบเปลือก แต่ทำไมมีนายทุนรับซื้อลำไยที่ไม่บุบเปลือกอีก จึงเกิดความสับสนและอาจจะเป็นช่องว่างในการทุจริตกันได้ ยังทำให้ราคาลำไยใหม่ที่มีราคา กก.ละ 42-43 บาทตกต่ำลงมาเหลือเพียง กก.ละ 38 บาทยังไม่มีใครซื้อ แต่เท่าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จังหวัด หรือเจ้าหน้าที่ทหาร และหน่วยงานของ อ.ต.ก. และ อคส.เองก็บอกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการทำงานแก้ไขปัญหาลำไยก็ไม่เคยมีการแต่งตั้งกันเกิดขึ้นมาเลย จนกระทั่งต้องมีการประชุมหารือในวันที่ 4 ต.ค.นี้ เพื่อหาข้อสรุป เนื่องจากก่อนนั้นรัฐบาลได้ตั้งงบประมาณทำลายลำไยเก่าปี พ.ศ.2545 ใน กก.ละ 1 บาท จำนวนกว่า 60 ล้านบาทไว้แล้วก็เคยเกิดปัญหา จึงเป็นห่วงว่าผู้ที่ทุจริตจะนำลำไยที่ต้องทำลายมาปลอมปนอีก คือนำลำไยปี พ.ศ.2546-2547 มาปลอมปนลำไยใหม่ปี พ.ศ.2550 นี้ด้วย หากมีการทุจริตแบบนี้ปัญหาก็จะสะสมไปอีกซึ่งปีหนึ่งจะมีปัญหาลำไยตกค้างปีละกว่า 60 ล้าน กก. อย่างไรก็ตามปีนี้ลำไยที่ยังมีอยู่มากกว่า 15,000 ตัน แต่จะสำรวจและรวมยอดอย่างเป็นทางการอีกครั้งในเร็วๆนี้ "นายวิชาญ จารธรรม ประธานองค์กรเครือข่ายผู้ปลูกลำไยภาคเหนือ กล่าว
สำหรับที่ประชุมการแก้ไขปัญหาลำไยดังกล่าว ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่เห็นควรว่าน่าจะให้ทำลายลำไยปี พ.ศ.2546-2547 ทิ้งไปก่อนที่จะมีการส่งจำหน่ายลำไยบุบเปลือกปี พ.ศ.2550 ส่งออกมาจำหน่ายในช่วงนี้ หรือให้ลำไยปี 2546-2547 นำออกมาจำหน่ายในช่วงเดือน เม.ย.ปีนี้จะดีกว่า เพราะไม่ต้องการให้มีการปนกัน แต่อย่างไรก็ตามทางฝ่ายทหารและหน่วยงานราชการยังไม่มีคำตอบให้ จึงมีการนัดเจรจาตกลงกันในบ่ายวันที่ 5 ต.ค.อีกครั้ง เพื่อให้โอกาสหน่วยงานจังหวัดหน่วยงานข้าราชการที่รับผิดชอบทุกหน่วยงานโดยเฉพาะทางทหารเพื่อให้ปรึกษาผู้มีอำนาจสั่งการแจ้งมาให้ทราบก่อนแล้วแจ้งมาเพื่อสรุปปัญหาด้วยกันในวันที่ 5 ต.ค.นี้ต่อไป สำหรับการประชุมมีกำลังทหารดูแลความสงบในที่ประชุมด้วย
ข่าวจาก เชียงใหม่นิวส์
ลิงก์ผู้สนับสนุน
|
ลิงก์ผู้สนับสนุน
|
|
|
|
แจ้งลบกระทู้นี้
อ่าน 1534 |
|
แสดงความคิดเห็น |
โดย กรรมกรข่าว
IP: Hide ip
, วันที่ 06 ต.ค. 50
เวลา 11:02:59
|