• ทำใจใช้ชีวิตในโลกมืด "ทูน" รับถึงกับร่ำไห้ แย้มเตรียมหันหลังบันเทิงถาวร |
โพสต์โดย ตนข่าว เชียงใหม่ , วันที่ 13 ต.ค. 50 เวลา 22:01:44 IP: Hide ip |
กด like เพื่อติดตามข่าวสารดีๆ จาก cmprice.com VVVVVV
ลิงก์ผู้สนับสนุน
|
ลิงก์ผู้สนับสนุน
© เนื้อหาข่าว/กระทู้
ทูน หิรัญทรัพย์ พระเอกรุ่นใหญ่ หมดหวัง! ตาข้างขวาบอดสนิท ลุ้นวันจันทร์นี้ 15 ต.ค. 50 นี้ แพทย์นัดตรวจสายตาอีกครั้ง ที่ รพ. กรุงเทพ ว่าตาข้างซ้ายจะบอดหรือไม่บอด เพราะมีเนื้อก้อนใหม่ลามเข้าสู่ตาข้างซ้าย ส่วนพระเอกมากความสามารถเผย ได้เตรียมใจรับชะตากรรมไว้แล้ว ไม่กลัวที่จะต้องอยู่ในโลกของความมืด ทั้งเหมือนกลับไปสู่ยุคแรกๆ ที่เล่นภาพยนตร์เรื่อง ''แก้ว'' ที่คู่กับลินดา เพราะตอนนั้นแสดงเป็นคนตาบอด ทั้งจะหยุดรับงานการแสดงทั้งหมด ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ส่วนครอบครัว ลูกสาวทั้ง 3 คน ให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด และเค้าสัญญาจะไม่ทอดทิ้งผมเป็นอันขาด
กลายเป็นเรื่องเศร้า และเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนวงการบันเทิงอีกครั้ง เมื่อพระเอกหน้าทะเล้นลูกครึ่งไทย-ฟิลิปปินส์ ทูน หิรัญทรัพย์ ได้เสียดวงตาข้างขวาอย่างถาวรแล้ว ด้วยโรคต้อกินตา ล่าสุดเปิดบ้านบริเวณหมู่บ้านทาวน์ อิน ทาวน์ บ้านเลขที่ 1465 ซ.3 เพื่อแถลงข่าวถึงอาการต้อกินตาที่หลายคนอยากทราบว่า จริงๆ แล้วเป็นเช่นไร โดยมีสื่อมวลชนให้ความสนใจคับคั่ง โดยเมื่อเข้าไปถึง คุณทูนมีสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมต้อนรับอย่างดี จากนั้นจึงได้เปิดใจ ถึงอาการล่าสุดเกี่ยวกับสายตา บอกตอนนี้ผมตาบอดไปแล้วข้างหนึ่ง คือตาด้านขวา ส่วนตาด้านซ้าย ก็เริ่มที่จะลุกลาม แพทย์เลยเร่งให้ใช้ยาหยอดตาที่ราคาแพงมากๆ พร้อมเตือนภัยคนวงการบันเทิงที่ต้องอยู่กับแสงไฟแรงๆ และหน้าจอคอมพิวเตอร์ ให้ระวังโรคต้อกินตาด้วย เพราะถ้าเกิดขึ้นแล้ว คือ ตาบอดสถานเดียว ส่วนงานด้านการแสดงต้องหยุดถาวร เพราะคิดว่าคงไม่มีใครอยากจ้างคนตาบอดอย่างเขาอีก ทั้งรอลุ้นวันจันทร์นี้ (15 ต.ค.) ว่าตาข้างซ้ายจะบอด-ไม่บอด
ทูน หิรัญทรัพย์ หรือ นายโรเบิร์ต เซสมีเดซ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า ผมตั้งใจที่จะให้เรื่องนี้กระจ่างครับ เพราะจริงๆ แล้วผมยังมีตาอยู่อีกข้างหนึ่งที่ยังไม่บอดคือตาข้างซ้าย ส่วนตาข้างขวาต้องบอกว่าบอดมากกว่า 90 % แล้ว และแพทย์ก็ไม่สามารถรักษาให้กลับมาหายได้อย่างเดิม และน่าจะบอดสนิทในที่สุด ตอนนี้เตรียมใจทำใจได้แล้วที่จะใช้ชีวิตอยู่ในโลกมืด ทั้งยังรอผลตาข้างซ้ายอยู่ด้วย เพราะตอนนี้แพทย์บอกยังไม่ถึงกับขั้นบอด แต่ก็เริ่มมีปัญหาบ้างแล้ว เลยนัดให้ผมไปพบท่านอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 15 ตุลาคมนี้ แต่ยังไม่ทราบเวลาที่แน่นอน
''ตั้งแต่เกิดเรื่องนี้มา หลายคนเป็นห่วงโทรศัพท์เข้ามาให้กำลังใจตลอด ทั้งหาหาสูตรต่างๆ มาให้ อย่างเช่นยาผีบอก ยาแผนไทย ผมดีใจน้ำตาไหล เพราะดีใจที่ยังมีคนรักและเป็นห่วง ตอนนี้เลยได้แต่ทำใจ และเตรียมใจไว้แล้วกับเรื่องนี้ ทั้งไม่กลัวที่จะต้องอยู่ในโลกแห่งความมืด ทำใจอยู่หลายวันครับ นั่งร้องไห้ เพราะใจหายมากๆ ไม่เคยคิดว่าจะต้องมารับชะตากรรมเช่นนี้ แต่ก็ไม่โทษใคร อาจจะเป็นความโชคร้ายของผมและฟ้าลิขิตมาแล้ว ครอบครัวลูกๆ ให้กำลังใจ และจะดูแลผมตลอดไป ส่วนการรักษาก็คงต้องรักษาต่อไป เพราะยังมีโอกาสที่จะบอดเพียงข้างเดียว ทั้งแพทย์ย้ำให้หยอดตาบ่อยๆ ผมเลยต้องกำชับตัวเองตลอด เพราะโดยนิสัยแล้วจะไม่ค่อยใส่ใจกับมัน ตอนนี้เลยไม่อยากคิดมาก เพราะอย่างน้อยเราก็โชคดีกว่าคนอื่นอีกหลายคน ที่ไม่พิการตรงอื่น''
ต่อข้อถามเรื่องที่ว่า ต่อจากนี้ไปมีการเตรียมรับสภาพการใช้ชีวิตไว้อย่างไรบ้าง คุณทูน หิรัญทรัพย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ก็คงรับสภาพ เพราะตอนนี้ทำใจได้แล้ว ที่จะใช้ชีวิตอยู่ในโลกแห่งความมืด เพราะไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ทั้งไม่อยากมาเป็นตัวปัญหา และจะให้กำลังใจกับคนรอบข้าง เพราะไม่อยากให้เค้ากังวลใจ ทั้งคิดว่าเรายังมีสมองอยู่ และยังทำอะไรได้อีกมาก แต่ก็รู้สึกเสียใจ เพราะต่อจากนี้ไปผมไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลืองานด้านการกุศล ที่ก่อนหน้านี้ก็ได้ทำอยู่หลายสมาคม และคิดว่าคงจะหยุดรับงานแสดงตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ล่าสุดก็ได้แคนเซิ่ลไปแล้ว 2 เรื่อง ของค่ายบรอดคาซท์ และกันตนา
''เรื่องนี้ผมอยากให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับนักแสดงรุ่นน้องๆ และรุ่นเก่าๆ ว่า การทำงานด้านการแสดงนั้นมันเหมือนดาบสองคม คือมีทั้งผลดีและผลเสีย ใครที่ไม่พบประสบด้วยตนเอง ก็ยากที่จะบอกกล่าวได้ ทั้งอยากเตือนเรื่องการทำงาน เพราะพวกนักแสดงทุกๆ คน เมื่อแก่ตัวลง จะมีปัญหาเกี่ยวกับด้านสายตาเกือบทุกๆ คน อย่างผมก็ชอบที่จะเล่นคอมพิวเตอร์ อย่างน้อยก็วันละ 5-6 ชั่วโมง ดังนั้นจึงอยากให้เป็นกรณีตัวอย่าง เพราะถ้าเกิดขึ้นแล้ว มันเหมือนตกนรกทั้งเป็นครับ''
''ไม่เคยคิดว่าชะตาชีวิตของผมจะต้องไปเหมือนกับหนังเรื่องแรกที่ผมเล่นคือเรื่อง ''แก้ว'' โดยการชักชวนของ เปี๊ยก โปสเตอร์ ซึ่งแคเรกเตอร์พระเอกเป็นนักดนตรี แต่สุดท้ายตาบอด ส่วนนางเอกที่เล่นคู่กับผมคือคุณลินดา ค้าธัญเจริญ ต้องประสบอุบัติเหตุลื่นล้มเส้นเลือดในสมองแตก จนต้องนั่งรถเข็น ในความคิดของผมไม่ได้คิดว่าเป็นอาถรรพ์อะไรครับ ก็คิดอย่างที่บอกนั่นหล่ะว่าเป็นชะตาฟ้าลิขิต'' ทูน หิรัญทรัพย์ กล่าวทิ้งท้าย
ที่มาจาก
ลิงก์ผู้สนับสนุน
|
ลิงก์ผู้สนับสนุน
|
|
|
|
แจ้งลบกระทู้นี้
อ่าน 1324 |
|
แสดงความคิดเห็น |
โดย ตนข่าว เชียงใหม่
IP: Hide ip
, วันที่ 13 ต.ค. 50
เวลา 22:01:44
|