• "อภิสิทธิ์" เย้ยพปช. ตั้งรัฐบาลได้ แต่พรรคเล็กยังปฏิเสธ |
โพสต์โดย ตนข่าว เชียงใหม่ , วันที่ 26 ธ.ค. 50 เวลา 15:27:57 IP: Hide ip |
กด like เพื่อติดตามข่าวสารดีๆ จาก cmprice.com VVVVVV
ลิงก์ผู้สนับสนุน
|
ลิงก์ผู้สนับสนุน
© เนื้อหาข่าว/กระทู้
"อภิสิทธิ์" เย้ยพปช. ตั้งรัฐบาลได้ แต่พรรคเล็กยังปฏิเสธ
“อภิสิทธิ์”ข้องใจ“พปช.”โวตั้งรัฐบาลได้แล้ว แต่พรรคที่ถูกอ้างถึงยังปฏิเสธ เป็นสัญญาณให้เห็นว่ามีความผิดปกติ ยัน ปชป.ไม่เครียดหากต้องเป็นฝ่ายค้าน ดักคอ“สมัคร”ให้รักษาสัจจะที่ให้ไว้กับประชาชนช่วงหาเสียง ย้ำ“ปชป.”มีความชอบธรรมจัดตั้งรัฐบาลไม่มีปัญหาในสายตาชาวโลก
นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีที่นพ.สุรพงษ์ สืบวงษ์ลี เลขาธิการพรรคประชาชน แสดงความมั่นใจว่าจะรวบรวมเสียงได้ 280 หรือ 315 เสียงในการจัดตั้งรัฐบาล หัว
หน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สุดแล้วแต่ แต่ตนรู้สึกแปลกใจว่าตัวเลขที่นับรวมเข้าไป บางพรรคออกมายืนยันว่ายังไม่ได้ตอบรับ ซึ่งความจริงแล้วอยากให้ว่ากันตรงไปตรงมา พรรคพลังประชาชนก็เดินหน้าดำเนินการไปแต่ไม่ควรที่จะออกข่าวในลักษณะที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
ส่วนที่พรรคการเมืองบางพรรค ยังไม่ตอบรับเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน เพราะมีข่าวว่าต่อรองผลประโยชน์ยังไม่ลงตัวนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่ตอบรับ หรือไม่ ก็เป็นข้อเท็จจริง ตนคิดว่าพรรคพลังประชาชนก็เดินหน้าต่อไป แต่อย่าออกข่าวที่ไม่เป็นความจริง
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่พรรคพลังประชาชนพยายามบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นฝ่ายค้านพรรคเดียว
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้าพรรคพลังประชาชนจัดตั้งรัฐบาลได้ และดึงทุกพรรคไปเป็นรัฐบาลได้ก็ไม่มีปัญหา พรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องเป็นฝ่ายค้านเราก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน เพราะต้องว่าไปตามระบบ และไม่มีผลกระทบอะไรต่อการทำงาน แต่ขณะนี้ก็เร็วเกินไปที่จะพูดว่าจะเป็นกี่พรรค เพราะอีก 5 พรรคการเมือง ยังไม่ได้แสดงท่าทีที่ชัดเจน ดังนั้นพรรคพลังประชาชนก็ไม่ต้องรีบไปสรุปแทน ก็ขอให้ว่าไปตามข้อเท็จจริง
ผู้สื่อข่าวถามว่า นพ.สุรพงษ์ ออกมาระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์อย่าเครียดจนเกินไป
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่มีหรอก สื่อก็อยู่กับตนทั้งวัน ทุกวันก็เห็นกันอยู่ ดังนั้นไม่แน่ใจว่าฝ่ายไหนเครียดกันแน่ แต่ทางเราไม่มีปัญหา ก็รอดูอยู่
ส่วนความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าขณะนี้ค่อนข้างสับสนเพราะมีข่าวว่าจะเลิกเล่นการเมืองแต่อีกพักหนึ่งกลับบอกว่า ไม่คิดเล่นการเมือง แต่จะกลับมาก็ต่อเมื่อปลอดภัยนั้น
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าตนไม่ทราบว่าจริง ๆ แล้วคืออะไรแต่เป็นความพยายามที่จะส่งสัญญาณกลับเข้ามามากกว่า ซึ่งตนขอย้ำอีกทีว่าถ้ากลับมาในฐานะคนไทย ใครเป็นรัฐบาลก็ต้องดูแล แต่อย่าไปทำอะไรที่เกินขอบเขตเพราะจะสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมา
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ประเมินหรือไม่ว่า นายกรัฐมนตรีอาจจะไม่ใช่นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน แม้จะได้เสียงข้างมาก เพราะขัดคุณสมบัติเรื่องข้อกฎหมาย เนื่องจากเคยถูกศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา คดีหมิ่นฯรองผู้ว่าฯ กทม.
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ต้องไปถามพรรคพลังประชาชน เพราะยังยืนยันว่าจัดตั้งรัฐบาลได้และจะให้นายสมัครเป็นนายกรัฐมนตรี เดี๋ยวจะมีคนมาว่าพรรคประชาธิปัตย์ไปก้าวก่าย
ดังนั้นพรรคพลังประชาชนก็ทำหน้าที่ของตัวเองไป แต่เราขอให้พูดความจริง ว่ารวบรวมเสียงได้หรือไม่ได้ ควรพูดให้ตรงกับพรรคการเมืองที่ไปอ้างอิงเขา ส่วนเรื่องของพ.ต.ท.ทักษิณนั้นเป็นเรื่องของบ้านเมือง เรามีสิทธิ์ที่จะพูดและเตือน เพราะเป็นห่วงว่าใครจะตั้งรัฐบาลก็ตาม แต่ที่สำคัญกว่าก็คือบ้านเมืองเดินไปข้างหน้าด้วยความสงบเรียบร้อยมากน้อยแค่ไหน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ามีความเห็นแตกต่างเรื่องข้อกฎหมายเกี่ยวกับคุณสมบัติของนายสมัคร คิดว่าจะมีการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ก็ต้องมีกระบวนการ แต่ยังไปไม่ถึงขึ้นนั้น วันนี้เห็นพรรคพลังประชาชนบอกว่ากว่าจะชัดเจนได้ก็วันที่ 3 ม.ค. 2550
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรอบเวลาที่พรรคพลังประชาชนกำหนดไว้คิดว่าช้าไปหรือไม่
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า “ขอพูดตรง ๆ ว่าไม่ค่อยปกติที่พรรคการเมืองที่ได้เสียง 233 แต่กลับใช้เวลานานในการจัดตั้งรัฐบาล ก็ไม่ทราบว่าทำไมพรรคพลังประชาชนถึงจะต้องเลือกวันที่ 3 ม.ค. 2550”
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคการเมืองขนาดเล็กรวมตัวกันเพื่อให้มีอำนาจในการต่อรองเป็นไปได้หรือไม่ ที่พรรคประชาธิปัตย์จะยอมทุกอย่าง แม้แต่เสียกระทรวงสำคัญเพื่อให้ นายอภิสิทธิ์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ขอย้ำว่าถ้าตนจะจัดตั้งรัฐบาล จะต้องเป็นรัฐบาลที่ทำงานได้ ทั้งในเรื่องของวาระประชาชน แผนปฏิบัติการเร่งด่วน 99 วันทำได้จริง เป็นสิ่งที่เรายึดถือแต่ตนยืนยันว่าการทำงานได้หรือไม่ได้นั้น ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข ในอดีตรัฐบาลผสมที่มีอายุยืนยาวกลับเป็นรัฐบาลผสมที่เสียงข้างมากเกินมานิดเดียว
ดังนั้นอยู่ที่การเป็นผู้นำมากกว่า อย่าไปสร้างเงื่อนไข อย่าไปทำความล้มเหลวในการบริหาร อย่าไปทำอะไรที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริต เพราะตัวนี้เป็นสิ่งที่ทำให้รัฐบาลล้มมาทุกยุคสมัย ฉะนั้นเราจะจัดตั้งรัฐบาลก็ต่อเมื่อเป็นรัฐบาลที่ทำงานได้ ถ้าทำไม่ได้ จะไปจัดตั้งทำไม เพราะถ้าจัดตั้งเสร็จแล้วก็จะมีปัญหากับตัวเอง และมีปัญหากับพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลในอนาคต
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าพรรคประชาธิปัตย์มาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล รับได้หรือไม่ที่บางพรรคต่อรองขอกระทรวงสำคัญ
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คงไม่เป็นเช่นนั้น แต่วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ ไม่อยู่ในจุดที่จะไปพูดคุยกับใครในเรื่องกระทรวง เป็นเรื่องของพรรคประชาชนอยู่ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ชัดเจนว่าเขาจัดตั้งไม่ได้
เราก็จะพูดคุยตนก็จะยึดถือแนวทางที่พูดไปแล้วว่าจะต้องเป็นรัฐบาลที่ทำงานได้ ผลักดันวาระประชาชนได้ แผนปฏิบัติการเร่งด่วน 99 วันได้เพราะต้องการเข้าไปแก้ไขปัญหาไม่ได้ต้องการไปเป็นรัฐบาลเฉยๆ
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถตกลง เรื่องจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคชาติไทยได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนายอภิสิทธิ์เคยจองไว้ล่วงหน้า ว่าถ้าเป็นรัฐบาลจะขอกระทรวงศึกษาธิการ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการเจรจาไม่ได้ ถ้าเป็นกระทรวงอื่นต้องมาพูดคุยกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าพรรคประชาธิปัตย์มีกระทรวงศึกษาธิการเพียงกระทรวงเดียว ที่ต้องการจะเข้าไปทำงาน
เพราะเมื่อเราบอกกับประชาชนว่า อยากจะเข้าไปทำงานในกระทรวงนี้ ก็ต้องถือว่าคำพูดกับประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ ไม่อย่างนั้นใครจะพูดอะไรก็ได้ในช่วงหาเสียง
แต่ทั้งนี้ตนยังสับสนอยู่ เพราะพรรคพลังประชาชนโดยนายสมัครบอกว่าจะยุบคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) แต่เลขาธิการพรรคกลับบอกว่าไม่ยุบ ตนอยากถามว่าแล้วตอนหาเสียงที่พูดกับประชาชนเอาไว้นั้นแปลว่าอะไร แต่ของตนพูดกับประชาชนเรื่องไหน ก็ต้องทำอย่างนั้น
“การที่พรรคการเมืองไม่รักษาสัจจะที่ให้ไว้กับประชาชนในการเลือกตั้งเป็นการเริ่มต้นที่ไม่ดี วันนี้อยากได้รัฐบาลที่ตั้งต้นด้วยผลประโยชน์ของประชาชน พูดความจริง และรักษาสัจจะแล้วเราก็จะทำให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า ผมคิดว่าตัวเลขยังเป็นเรื่องรองแต่ถ้ารัฐบาลเริ่มต้นจากความไม่จริง ไม่รักษาคำพูดและยึดประโยชน์ของตนเองนั้นอย่าว่าแต่รัฐบาลเลย อนาคตของบ้านเมืองน่าเป็นห่วงมาก” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า การต่อรองทางการเมืองที่เกิดขึ้น ทำให้ประชาชนหมดหวังหรือไม่ทั้งที่รอคอยการเลือกตั้ง
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนไม่อยากให้ประชาชนหมดหวัง เพราะอย่างน้อยที่สุดก็ได้รูปแบบของประชาธิปไตยกลับคืนมา มีกระบวนการที่เราจะต้องมาดำเนินการให้เป็นที่ยอมรับของสากลได้ และเราต้องใช้โอกาสนี้ ในการทำสิ่งดีๆ
เราไม่อยากให้ประชาธิปไตยล้มเหลว ดังนั้นเราต้องช่วยกันประคับประคอง อะไรที่เป็นปัญหาเป็นอุปสรรคก็ต้องแก้ไขกันไปอย่าเพิ่งหมดหวัง ประชาชนต้องไม่หมดหวัง บ้านเมืองต้องไม่หมดหวัง เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่ามองอย่างไรที่นายยงยุทธ ติยะไพรัตน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชนระบุว่าถ้าพรรคพลังประชานไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้นานาชาติจะยิ่งจับตาว่าเกิดอะไรขึ้น
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายยงยุทธ คงไม่ทราบว่าในต่างประเทศ การจัดตั้งรัฐบาลผสมในระบบรัฐสภา มีการยึดเอาเกณฑ์ว่าใครรวบรวมที่นั่งได้เกินครึ่งเป็นหลัก จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
ฉะนั้นไม่มีปัญหาที่จะไปอธิบายกับชาวโลก และวันนี้เราก็ให้เกียรติพรรคพลังประชาชนดำเนินการต่อไปก่อน ทุกอย่างต้องเป็นไปตามระบบ และถ้าตนจะทำอะไรทุกอย่างต้องอธิบายได้ หากอธิบายไม่ได้ตนก็จะไม่ทำ
ที่มาจาก
ลิงก์ผู้สนับสนุน
|
ลิงก์ผู้สนับสนุน
|
|
|
|
แจ้งลบกระทู้นี้
อ่าน 1156 |
|
แสดงความคิดเห็น |
โดย ตนข่าว เชียงใหม่
IP: Hide ip
, วันที่ 26 ธ.ค. 50
เวลา 15:27:57
|