• อมนกเขา นศ.เริงรัก มุมลับห้องสมุด |
โพสต์โดย กรรมกรข่าว , วันที่ 03 ก.พ. 51 เวลา 11:00:43 IP: Hide ip |
กด like เพื่อติดตามข่าวสารดีๆ จาก cmprice.com VVVVVV
ลิงก์ผู้สนับสนุน
|
ลิงก์ผู้สนับสนุน
© เนื้อหาข่าว/กระทู้
กรณีมีผู้ปกครองนักเรียนหลายรายใน จ.นครศรีธรรมราช เข้าร้องเรียนสื่อมวลชนให้ช่วยตีแผ่พฤติกรรมสุดเสื่อมทรามของเด็กและเยาวชนในวัยเรียนที่ชอบจับคู่มั่วเซ็กซ์กันตามสถานที่สาธารณะ โดยไม่แคร์ต่อสายผู้คน ที่พบเห็น โดยเฉพาะบริเวณซอกตึก ข้างห้องสมุดประชาชนกับสนามเทนนิส ตั้งอยู่ทิศตะวันตกของสนามหน้าเมือง อ.เมืองนครศรีธรรมราช ที่บรรดาเยาวชนวัยเรียนเหล่านี้มักจะยึดเป็นแหล่งมั่วสุมทางเพศ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งเข้าไปจัดการกับปัญหาดังกล่าวตามที่ “ไทยรัฐ” เสนอข่าวไปแล้วนั้น เมื่อวันที่ 2 ก.พ. นางกาญจนา ไชยสุวรรณ หน.ห้องสมุดประชาชนจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ยอมรับว่าปัจจุบันปัญหาเด็กและเยาวชนมีมากขึ้น มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมมากขึ้น ห้องสมุดพยายามจัดกิจกรรมในลักษณะต่างๆ เพื่อดึงให้เด็กและเยาวชนเข้ามาใช้บริการมากที่สุด เพราะหากเด็กมามั่วสุมในห้องสมุดซึ่งเป็นแหล่งข้อมูล แหล่งเรียนรู้ คงจะดีกว่าการไปมั่วสุมตามสถานบันเทิง หรือสถานที่ที่ไม่เหมาะสมอื่นๆ
นางกาญจนากล่าวต่อไปว่า การมั่วสุมทางชู้สาวเท่าที่พบเห็นก็มีการจับไม้จับมือ โอบกอดกันบ้าง แต่ภายในห้องสมุดยังไม่เคยพบว่าจะเกินเลยไปถึงการมีเพศสัมพันธ์ กัน แม้จะมีเจ้าหน้าที่ไม่กี่คนแต่เราก็พยายามสอดส่องดูแลทุกจุดในห้องสมุดตลอดเวลาพยายามปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดสถานที่ไม่ให้เป็นซอกมุมที่ลับตาจนเด็กเข้าไปแอบซ่อนเพื่อแสดงออกในพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ขอยืนยันว่า ห้องสมุดประชาชนเป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นแหล่งเสริมสร้างทางปัญญาเป็นหลัก ไม่ใช่แหล่งมั่วสุมทางเพศอย่างแน่นอน ข่าวที่ออกไปส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของห้องสมุดเป็นอย่างมาก ไม่แน่ใจว่าผู้ปกครองที่ร้องเรียนนั้นมีจุดประสงค์อะไร หรือไม่พอใจโกรธแค้นใครในห้องสมุดเป็นการส่วนตัวหรือไม่ ส่วนรอบๆห้องสมุด ตามซอกตึกหรือพื้นที่ว่างระหว่างห้องสมุดกับสนามเทนนิสที่พบถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วตกเกลื่อนบริเวณนั้น ถือว่าอยู่นอกเขตรับผิดชอบ หากมีจริงคงต้องขอให้ทางตำรวจและเจ้าหน้าที่อื่นๆที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจตราอย่างเข้มงวดกวดขันให้มากขึ้น
ด้านนายสมพงศ์ พฤกปภพ วัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ปัจจุบันต้องยอมรับว่าเด็กและเยาวชนมีพฤติกรรมนอกลู่นอกทางเพิ่มมากขึ้น วันนี้คงไม่มีเวลาที่จะโทษใครคนใดคนหนึ่ง หรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่สิ่งที่จะต้องเร่งกระทำคือความร่วมมือของทุกฝ่าย ตั้งแต่พ่อแม่ ผู้ปกครอง สถานศึกษา และหน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ในการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็ก ในส่วนของพ่อแม่ผู้ปกครองก็อย่าเชื่อเด็กตามใจเด็กเกินไป ทุกฝ่ายต้องพยายามทำตัวอย่างที่ดีถูกต้องเหมาะสมให้เด็กเห็น ทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องมีกิจกรรมอยู่มากมาย จะต้องพยายามหาโอกาสนำเด็กเข้าร่วมกิจกรรมและพยายามสอดแทรก ปลูกฝังเรื่องคุณธรรมจริยธรรมเข้าไป จะทำให้เด็กค่อยๆซึมซับเอาสิ่งที่ดีๆเข้าไป อย่างน้อยเด็กจะเกิดความกลัว ความหวาดระแวง ไม่กล้าทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง สำนักงานวัฒนธรรมพยายามที่จะสนองตอบนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มที่ แต่ต้องยอมรับว่ามีขีดจำกัดในทางปฏิบัติอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน
สำหรับแนวทางแก้ไขขณะนี้มีอยู่หลายกิจกรรมประกอบด้วย 1. โครงการเข้าค่ายคุณธรรม จริยธรรม โดยส่งเสริมให้ทุกสถานศึกษาดำเนินการในโครงการนี้อย่างต่อเนื่องจริงจัง 2. จัดตั้งศูนย์พุทธศาสนาวันอาทิตย์ ครอบคลุมทุกตำบล โดยร่วมกับวัด ชุมชน และสถานศึกษา 3.จัดตั้งศูนย์จริยธรรมประจำมัสยิดทั่วจังหวัด ดำเนินการไปแล้ว 100 มัสยิด 4. โครงการสวดมนต์หมู่ ทำนองสรภัญญะ 5. โครงการบรรพชาภาคฤดูร้อน 6. โครงการอบรมมารยาทไทย และ7. โครงการจัดพิมพ์หนังสือสมบัติผู้ดี 5,000 เล่ม ส่งให้กับสถานศึกษาทุกระดับทุกแห่งใน จ.นครศรีธรรมราช
วันเดียวกันผู้สื่อข่าวเดินทางไปสังเกตการณ์บริเวณชั้น 2 ของห้องสมุดประชาชนนครศรีธรรมราช อ.เมืองนครศรีธรรมราช พบว่าตรงมุม มสธ.ซึ่งเป็นมุมลับตาผู้คน มีวัยรุ่นชายคนหนึ่งสวมเสื้อยืดนุ่งกางเกงยีนยืนเริงรักอยู่กับวัยรุ่นหญิงในชุดนักศึกษาโดยทำออรัลเซ็กซ์ ให้กันและกัน แต่เมื่อหันมาเห็นผู้สื่อข่าวทั้งคู่แสดงสีหน้าตกใจเล็กน้อย โดยฝ่ายชายรีบคว้ามือฝ่ายหญิงวิ่งลงไปที่ชั้นล่างอย่างรวดเร็วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นอกจากนี้ บริเวณโต๊ะอ่านหนังสือถัดไปอีกมุมของห้องยังพบวัยรุ่นชายในชุดนักเรียนอาชีวะแห่งหนึ่งกำลังกอดจูบอยู่กับวัยรุ่นหญิงในชุดนักเรียนอาชีวะ และเมื่อทั้งคู่หันมาเห็นผู้สื่อข่าวได้แสดงสีหน้าไม่พอใจ จับมือพากันเดินลงไปที่ชั้นล่างเช่นกัน ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบบริเวณชั้นล่างพบวัยรุ่นชายในชุดวอร์มและวัยรุ่นหญิงใน ชุดนักเรียนมัธยมกำลังนั่งพลอดรักกันโดยไม่อับอายสายตาใคร โดยใช้หนังสือพิมพ์กั้นเป็นม่านบังตา พฤติกรรมดังกล่าวสร้างความหดหู่ใจให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก หลายคนเห็นแล้วถึงกับเบือนหน้าหนี
|
ข่าวจากไทยรัฐ
ลิงก์ผู้สนับสนุน
|
ลิงก์ผู้สนับสนุน
|
|
|
|
แจ้งลบกระทู้นี้
อ่าน 8272 |
|
แสดงความคิดเห็น |
โดย กรรมกรข่าว
IP: Hide ip
, วันที่ 03 ก.พ. 51
เวลา 11:00:43
|