• อันตราย**สถิติป่วยพุ่งไข้เลือดออกเชียงใหม่.ทะลุ1600คน |
โพสต์โดย กรรมกรข่าว , วันที่ 11 ส.ค. 53 เวลา 11:16:33 IP: Hide ip |
กด like เพื่อติดตามข่าวสารดีๆ จาก cmprice.com VVVVVV
ลิงก์ผู้สนับสนุน
|
ลิงก์ผู้สนับสนุน
© เนื้อหาข่าว/กระทู้
สถิติป่วยพุ่งไข้เลือดออกชม.ทะลุ1600คนสสจ.สั่งล้อมคอก
สถิติป่วยพุ่งไข้เลือดออกชม.ทะลุ1600คนสสจ.สั่งล้อมคอก .....ไข้เลือดออก.......... รอง สสจ.เชียงใหม่ ระบุพบผู้ป่วยไข้เลือดออกในจังหวัดรวมแล้วกว่า 1600 คนส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากถูกยุงลายกัดในบ้านและที่ทำงาน ทั้งนี้ยังขอความร่วมมือประชาชนให้ใส่ใจดูแลทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ให้มากยิ่งขึ้น ด้านรมว. สธ. สั่งให้ทุกจังหวัดเร่งรัดคุมยุงลาย ลดคนป่วยไข้เลือดออก แนะใช้ยาทากันยุง ป้องกันยุงกัด ขณะที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แนะให้คนป่วยหรือผู้ที่มีไข้ นอนในมุ้ง เพื่อป้องกันยุงกัดและนำเชื้อไปแพร่สูคนอื่น เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2553 ดร.สุรสิงห์ วิศรุตรัตน์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคไข้เลือดออกของจังหวัดเชียงใหม่ว่า สำหรับสถานการณ์โรคไข้เลือดออกช่วงที่ผ่านมาของปี 2553 จังหวัดเชียงใหม่มีผู้ป่วยไข้เลือดออกรวมแล้วทั้งสิ้นประมาณ 1,600 รายแล้ว ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยที่อยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองและอำเภอใกล้เคียง แนวโน้มของผู้ป่วยมีอัตราการเพิ่มสูงขึ้นมากในช่วงที่ย่างเข้าสู่ช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมที่ผ่านมา มีผู้ป่วยประมาณ 500 ราย และ 800 รายตามลำดับ ส่วนผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกนั้น เบื้องต้นมีจำนวน 1 ราย ที่ต้องขณะเดียวกัน รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกสูงถึงประมาณร้อยละ 80 พบว่าป่วยเนื่องมาจากถูกยุงลายที่มีแหล่งเพาะพันธุ์อยู่ภายในบ้านเรือนหรือที่ทำงานกัด ดังนั้นจึงอยากเน้นย้ำให้ประชาชนใส่ใจช่วยกันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงที่อยู่ภายในบ้าน เช่น แจกันดอกไม้ กระถางต้นไม้ เป็นต้น โดยไม่นิ่งนอนใจ เพราะถือเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ที่เป็นพาหนะนำโรคที่มีความสำคัญอย่างยิ่งและการป้องกันถือว่าดีกว่าการแก้ไข นอกจากนี้ ดร.สุรสิงห์แนะนำว่า ในกรณีที่ป่วยโดยมีอาการไข้สูง ไอ แต่ไม่มีน้ำมูก อย่านิ่งนอนใจด้วยการเพียงแต่ไปซื้อยามารับประทานเองเท่านั้น แต่ควรให้รีบไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษา ซึ่งจะได้สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกส่วนใหญ่มักจะไปซื้อยามารับประทานเอง เพราะไม่คิดว่าป่วยเป็นโรคนี้ จนกระทั่งอาการป่วยหนักขึ้นจึงจะเพิ่งทราบแล้วเข้ารับการรักษา ซึ่งอาจจะล่าช้าและเป็นอันตราย เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2553 ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข ประจำเดือนสิงหาคม 2553 เกี่ยวกับสถานการณ์โรคไข้เลือดออกว่า สถานการณ์ในภาพรวมยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากสถิติผู้ป่วยที่ปรากฏพบว่าปีนี้มีผู้ป่วยสูงกว่าปีที่แล้วถึงร้อย ละ 83 เมื่อเทียบในช่วงระยะเวลาเดียวกัน และตัวเลขมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาตัวเลขสูงกว่าปีที่แล้วประมาณร้อยละ 40 ในวันนี้ได้กำชับในที่ประชุมว่า จะต้องมีการติดตามแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน โดยเฉพาะในช่วงเดือนมิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม เป็นช่วงที่มีการระบาดของโรคไข้เลือดออกสูงทุกปี นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า จำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกตั้งแต่เดือนมกราคม 2553 จนถึงขณะนี้ มีจำนวน 48,514 ราย เพิ่มจากสัปดาห์ที่แล้ว 3,135 ราย มีผู้เสียชีวิต 53 ราย เพิ่มขึ้น 10 ราย ได้แก่ สงขลา 3 ราย นครศรีธรรมราช 2 ราย ประจวบคีรีขันธ์ กระบี่ นครราชสีมา สุรินทร์ และเชียงใหม่จังหวัดละ 1 ราย ภาคที่มีการระบาดมากที่สุดคือภาคใต้ รองลงมาได้แก่ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ส่วนจังหวัดที่มีอัตราป่วยสะสมมากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ จันทบุรี ตาก สงขลา นราธิวาส สตูล ปัตตานี กระบี่ ตราด พัทลุง และระยอง นายจุรินทร์กล่าว ต่อไปว่า ในวันนี้ได้สั่งการในที่ประชุมให้ผู้รับผิดชอบและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดดำเนินการตามมาตรการ คือให้ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย ทั้งในบ้านและบริเวณโดยรอบบ้าน และทำลายยุงตัวโตเต็มวัยเช่นเดียวกับที่ได้ดำเนินการมาแต่จะต้องเข้มข้นมาก ขึ้น และเพิ่มคำแนะนำสำหรับประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็นไข้เลือดออก โดยการขอให้ทายากันยุง เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงกัด และจะเป็นการป้องกันไม่ให้ยุงกัดผู้ที่ป่วยแล้วนำเชื้อไข้เลือดออกไปแพร่ ติดต่อคนอื่นด้วย ทางด้านนายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในการป้องกันไมให้เชื้อไข้เลือดออกแพร่ระบาด โดยเฉพาะประชาชนที่กำลังมีอาการป่วยเป็นไข้และนอนอยู่ในบ้าน ขอให้นอนในมุ้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงลายกัดและนำเชื้อไปแพร่สู่คนอื่น โดยยุงลายมักจะออกหากินในตอนกลางวัน พร้อมกันนี้ได้กำชับให้โรงพยาบาลทุกแห่งตรวจรักษาผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกด้วย ความถี่ถ้วน เนื่องจากขณะนี้พบผู้ป่วยกระจายทุกกลุ่มอายุ โดยให้โรงพยาบาลหรือสถานบริการบริการสาธารณสุขต้องเป็นเขตปลอดยุงลาย ดูแลรักษาความสะอาดสิ่งแวดล้อมภายในสถานที่และบริเวณ ไม่ให้มีแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ส่วนประชาชนจะต้องช่วยกันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายทุก 7 วัน เช่น เปลี่ยนน้ำหล่อขาตู้กับข้าว น้ำในแจกันดอกไม้ จานรองกระถางปลูกไม้ประดับ รวมทั้งทำลายภาชนะเหลือใช้รอบ ๆ บ้าน เช่นกระป๋อง กะลา กาบไม้ ยางรถยนต์เก่า ทุก 7 วันเพื่อตัดวงจรไม่ให้ลูกน้ำยุงลายกลายเป็นตัวยุง
ข่าวจาก เชียงใหม่นิวส์
ลิงก์ผู้สนับสนุน
|
ลิงก์ผู้สนับสนุน
|
|
|
|
แจ้งลบกระทู้นี้
อ่าน 2578 |
|
แสดงความคิดเห็น |
โดย กรรมกรข่าว
IP: Hide ip
, วันที่ 11 ส.ค. 53
เวลา 11:16:33
|