• อ่านแล้วน้ำตาจะไหล**ชีวิตพลิกผันชั่วข้ามคืน ตี๋น้อยเลือดบวกไม่โดดเดี่ยวแล้ว |
โพสต์โดย กรรมกรข่าว , วันที่ 18 พ.ย. 53 เวลา 12:33:40 IP: Hide ip |
กด like เพื่อติดตามข่าวสารดีๆ จาก cmprice.com VVVVVV
ลิงก์ผู้สนับสนุน
|
ลิงก์ผู้สนับสนุน
© เนื้อหาข่าว/กระทู้
เอเยนซี (15พ.ย.) - “อาหลง” เด็กน้อยวัยหกขวบ ซึ่งติดเชื้อไวรัสเอชไอวี อาศัยอยู่ตามลำพังในหมู่บ้านหนิวเชอผิง เมืองหลิ่วโจว เขตปกครองตนเองชนชาติจ้วง หลังจากพ่อแม่ของเขาตายจากไปด้วยโรคเอดส์ ชีวิตกลับพลิกผันเพียงชั่วข้ามคืน หลังจากผู้สื่อข่าวเผยเรื่องราวของเขาจนธารน้ำใจจากทั่วสารทิศก็ไหลหลั่งมาไม่ขาดสาย
เรื่องราวชีวิตของ “อาหลง”
หากลองตั้งคำถามว่า “ตอน 6 ขวบ เราอยู่อย่างไร”
คำตอบคงเทียบไม่ได้กับชีวิตของ “อาหลง” เด็กน้อยที่ต้องเตรียมอาหาร ซักผ้า เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ด้วยตัวเอง ตลอดจนงานต่าง ๆ อาหลงก็ต้องรับผิดชอบดั่งคนที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว
พ่อแม่ของอาหลง ได้สร้างบ้านก่ออิฐไว้ในแถบภูเขา และอาศัยอยู่ที่นั่นจนถึงแก่กรรมไปทีละคน ปล่อยให้อาหลง อาศัยอยู่โดดเดี่ยวเพียงลำพัง
ชาวบ้านในละแวกนั้นแวะเวียนมาช่วยเหลืออาหลง เช่น นำอาหาร เสื้อผ้า และผ้าห่ม มามอบให้บ้าง
กระนั้น อาหลงก็ใช่ว่าจะไม่มีญาติเสียเลย
อาหลงยังมียายและลุงแท้ ๆ ซึ่งยายมักจะนำผักสดมาประกอบอาหารให้อาหลงกินเป็นประจำ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามยายว่า “ทำไมยายไม่มาอยู่ดูแลหลานถาวรไปเลย ”
หญิงชราวัย 84 ได้แต่อ้ำอึ้ง และให้คำตอบว่า “ฉันกลัวที่จะต้องอยู่ที่นี่”
นักข่าวถามต่อว่า “ให้อาหลงไปอยู่กับลุงไม่ได้หรือ”
หญิงชรากลับให้คำตอบด้วย “ความเงียบ”
ตั้งแต่พ่อแม่ของเขาจากไป มีหลายคนต้องการอาหลงไปอุปการะ แต่พอผลตรวจเลือดออกมาว่าอาหลงติดเชื้อเอชไอวี คนเหล่านั้นก็เปลี่ยนความคิดทันที
เด็กน้อยไม่ประสาด้วยซ้ำว่าอะไรคือ “โรคเอดส์” เขารู้เพียงว่า เพื่อน ๆ ไม่ยอมเล่นกับเขา โรงเรียนก็ไม่รับเขาเข้าเรียน หมอก็ไม่กล้าจะฉีดยาให้เขา และแม้แต่ยายคนเดียวของเขาก็ไม่ยินดีที่จะอยู่ด้วย
แต่โลกนี้ก็ไม่ได้มืดมนเสียทีเดียว อาหลงยังมีเพื่อนที่ดีที่สุดที่ยอมเล่นกับเขา มันคือหมาดำชราตัวหนึ่ง นามว่า “เหล่าเฮย”
เหล่าเฮย อยู่กับอาหลงมานาน ตั้งแต่เขาจำความได้
นอกจากนั้นยังมีเด็กหญิงแซ่เหลียงอีกคน แวะเวียนมาเล่นเป็นเพื่อนอาหลงบ่อยครั้ง
เหลียง บอกกับผู้สื่อข่าวว่า
“พ่อแม่ของเธอไม่ยอมให้เธอมาเล่นกับอาหลง เพราะกลัวเธอติดเชื้อ”
ขณะที่อาหลงบอกผู้สื่อข่าวว่า
“เพื่อน ๆ ที่เรียนด้วยกันไม่มีใครอยากเล่นกับผม ผมไม่อยากออกไปไหนทั้งนั้น”
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการหมู่บ้านอนุมัติค่าครองชีพพื้นฐานให้แก่อาหลง เดือนละ 350 บาท รวมกับเงินบริจาคอื่น ๆ แล้วก็ยังห่างไกลกับคำว่า “พอประทังชีวิต”
แต่ก็ยังดีที่ปีหน้า เงินที่อนุมัติจะเพิ่มขึ้นเป็น 500 บาท
เจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคเมืองหลิ่วโจวกล่าวว่า เขาสามารถให้ยาอาหลงได้ฟรี แต่นอกนั้นเขาทำอะไรไม่ได้
ครูใหญ่แซ่เฉิน ของโรงเรียนซึ่งอาหลงเคยเรียนมาก่อนกล่าวว่า
“ผมถูกกดดันอย่างมาก ที่อนุญาตให้อาหลงเข้าเรียน”
ยายของอาหลงพยายามนำอาหลงไปโรงเรียนเมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมา แต่ผู้ปกครองนักเรียนคนอื่น ๆ ร่วมกันร่างจดหมายประท้วงไม่ให้อาหลงเข้าเรียน ท้ายที่สุด ครูใหญ่ก็ต้องยอมจำนนต่อเสียงผู้ปกครองส่วนใหญ่
เจ้าหน้าที่องค์กรที่ดูแลเกี่ยวกับเด็กกำพร้าโรคเอดส์ในเมืองหนันหนิง เมืองเอกของมณฑลก่วงสี กล่าวว่า
“จะหาสถานที่รับเลี้ยงเด็กกำพร้าให้อาหลงไปอยู่”
แต่นั่นก็มิใช่ความปรารถนาของอาหลง
เจ้าหน้าทิ่ทิ้งท้ายว่า
“หากอาหลงมีญาติที่คอยดูแลเอาใจใส่ และให้ความอบอุ่นนั่นคือสิ่งที่ดีที่สุด ไม่มีความอบอุ่นใดจะมาทดแทนความอบอุ่นจากครอบครัวได้”
ชั่วข้ามคืน ชีวิตก็แจ่มใสขึ้นมา ดุจ “ฟ้าหลังฝน”
เมื่อวันที่ 5 เดือน พ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากเรื่องราวของอาหลงได้เผยแพร่ลงสู่หนังสือพิมพ์ ชาวเมืองหลิ่วโจว จากเขตปกครองตนเองก่วงซี (กวางสี) จำนวนมากได้มาเยี่ยมเยียน บางคนถึงกับตามหาบ้านของอาหลงด้วยตนเอง บางคนก็ฝากอาหารและของเล่นมากับนักข่าว
วันนั้นมีคนใจดีส่งทั้งอาหารและของเล่นมาให้มากมายเกือบเต็มห้อง
ครูในโรงเรียนก็นำข่าวดีมาบอกแก่อาหลง ว่ากลับไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนได้แล้ว
ตกกลางวัน ยายจึงส่งเขาไปเรียนหนังสือ
“โรงเรียนเป็นสิ่งเดียวที่จะพรากความเปลี่ยวเหงาออกจากใจเด็กน้อย”
ถัดจากนั้นอีกวันผู้คนมากหน้าหลายตาก็นำข้าวของมายังบ้านอาหลง
หน้าบ้านของอาหลงเต็มไปด้วยรถราน้อยใหญ่
ชาวเมืองบางคนถึงกับถึงกับซื้อของใหม่มาให้ อาทิ มีดทำครัว บางคนถึงกับซื้อชุดเครื่องครัวใหม่ยกชุดมามอบให้ บ้างก็ซื้ออ่างล้างจานใหม่ บ้างก็นำของเล่นและหนังสือมาให้
ชายผู้หนึ่ง แซ่โจว โทรมาสอบถามนักข่าวที่อยู่บ้านของอาหลงว่า
“ตอนนี้ผมอยู่ที่ศูนย์การค้า ไม่ราบว่ามีคนซื้อโทรทัศน์ไปให้อาหลงหรือยัง หากไม่มีผมจะรับซื้อไปให้ทันที”
1 ชั่วโมงต่อมา ชายแซ่โจวก็นำโทรทัศน์เครื่องใหม่ พร้อมกล่องรับสัญญาณมาติดตั้งให้
ทันทีที่เห็นโทรทัศน์เครื่องนี้ อาหลงก็ดีใจอย่างยิ่ง เพราะจะได้ดูรายการโปรดแล้ว
มื้อเที่ยงของวันนี้ไม่เหงาเหมือสเคย สาว ๆ หลายคนมาทำอาหารแสนอร่อยให้อาหลง เป็นกับข้าว3อย่างและน้ำซุปหนึ่งชาม แม้จะเป็นอาหารที่แสนธรรมดา แต่ก็ถือว่าเพียบพร้อมบริบูรณ์ที่สุดที่อาหลงเคยกิน
ขณะที่กินอาหาร ทุกคนก็กินพร้อมกับอาหลงโดยไม่มีใครรู้สึกว่าอาหลงเป็นโรคติดเชื้อใดๆทั้งสิ้น
เนื่องจากอาหลงยังเด็กเกินไป และยายก็อายุมากแล้ว เพื่อความปลอดภัยของเงินบริจาค พนักงานดูแลของคณะกรรมการหมู่บ้านจึงเปิดสมุดบัญชีเงินฝากในชื่อของคุณยาย พร้อมทั้งทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายให้
ส่วนอนาคตข้างหน้าต่อไปนั้น ชีวิตอาหลงจะดำเนินไปอย่างไร สภาพของเขาก็ไม่ต่างจากประชาชนจีนที่ติดเชื้อเอชไอวีทั้งหลาย ที่อาจถูกปฏิเสธการอยู่ร่วม ทว่าหลายๆ คนอาจไม่โชคดีอย่างอาหลง ที่ชีวิตพลิกผันด้วยรักและความเข้าใจ
ลิงก์ผู้สนับสนุน
|
ลิงก์ผู้สนับสนุน
|
|
|
|
แจ้งลบกระทู้นี้
อ่าน 3660 |
|
แสดงความคิดเห็น |
โดย กรรมกรข่าว
IP: Hide ip
, วันที่ 18 พ.ย. 53
เวลา 12:33:40
|