• ข้าวต้มในกระเพาะ คลี่คดี ปุ๊ วอร์มอัพ ฆ่าน้องแอน มัดต้นไม้ใน มช. |
โพสต์โดย ตนข่าว , วันที่ 24 ม.ค. 54 เวลา 13:57:18 IP: Hide ip |
กด like เพื่อติดตามข่าวสารดีๆ จาก cmprice.com VVVVVV
ลิงก์ผู้สนับสนุน
|
ลิงก์ผู้สนับสนุน
© เนื้อหาข่าว/กระทู้
คมชัดลึก : ทันทีที่ศาลชั้นต้น จ.เชียงใหม่ อ่านคำพิพากษาตัดสินจำคุกตลอดชีวิต นายวุฒิชัย ใจสมัคร หรือ ปุ๊ หุ้นส่วนใหญ่ผับชื่อดัง "วอร์มอัพ" ย่านถนนนิมมานเหมินท์ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2554 ในฐานความผิดข้อหา
"ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา" หลังตกเป็นจำเลยในคดีฆ่า น.ส.เบญจภรณ์ ผ่องผิว หรือ แอน อายุ 27 ปี อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้และเจ้าของร้านกิฟท์ช็อป หน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ซึ่งญาติผู้ตายได้ออกมาแสดงความขอบคุณสภาทนายความ จ.เชียงใหม่ และศาลที่ให้ความเมตตาและยุติธรรมต่อครอบครัว
เมื่อ 6 ปีก่อน..วันที่ 13 ธันวาคม 2548 หลังเคารพธงชาติได้เพียงครึ่งชั่วโมง พ.ต.ต.ฐนวัฒน์ ศรีสวัสดิ์ พนักงานสอบสวน สภ.ต.ภู พิงค์ จ.เชียงใหม่ (ยศขณะนั้น) รับแจ้งเหตุหญิงสาวถูกฆ่าตายที่ถนนด้านหลังปั๊มน้ำมัน ปตท. ภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ตายคือ น.ส.เบญจภรณ์ ถูกฆ่าอย่างทารุณ สภาพศพถูกมัดด้วยผ้าพันคอสีดำที่ตาและมัดด้วยสายเข็มขัดนิรภัยของรถยนต์ที่ คอ และข้อมือทั้งสองข้าง และมัดลำตัวด้วยผ้าสีเขียวติดกับต้นกระถิน ตายมาแล้วประมาณ 6 ชั่วโมง และพบรถของผู้ตายจอดทิ้งไว้หน้าตึกอธิการบดีในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยภายในรถถูกตัดสายเข็มขัดนิรภัยไปทั้งสองเส้น
ช่วงที่เกิดเหตุคดีประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และตำรวจก็ให้ความสำคัญในการติดตามคนร้ายด้วยการส่งชุดสืบสวนมือดีถึง 3 ชุด ลงพื้นที่สืบหาตัวคนร้าย ส่วนประเด็นการสังหารตำรวจเชื่อว่ามาจากเรื่องชู้สาวและแค้นส่วนตัว แล้วก็ปิดคดีภายใน 1 ปีโดยให้เหตุผลว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอที่จะสืบหาตัวคนร้ายที่กระทำผิดได้
ผ่านไป 3 ปี ครอบครัวผู้ตายยังไม่สิ้นหวัง นายสุเมธ ผ่องผิว พ่อของผู้ตาย ได้เข้าร้องเรียนต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผบ.ตร. (ยศขณะนั้น) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และตำรวจกองปราบปราม แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า ในปี 2551 ครอบครัวผ่องผิวจึงตัดสินใจพึ่งสภาทนายความ ที่กรุงเทพฯ และส่งให้ทางสภาทนายความ จ.เชียงใหม่ เข้ามาเป็นหน่วยงานที่ดูแลว่าความต่อสู้คดีให้ โดยพ่อของผู้ตายเป็นโจทก์ยื่นฟ้องศาลต่อสู้คดีดังกล่าวอีกครั้ง
นายสุเมธเล่าถึงการไปยื่นร้องต่อสภาทนายความว่า รู้สึกท้อแท้ใจมาก ลูกสาวเสียชีวิตไปทั้งคน แต่พึ่งเจ้าหน้าที่บ้านเมืองไม่ได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันสะเทือนใจต่อครอบครัวมากจึงพยายามอย่างเต็มที่ในการ ต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม โชคดีที่ได้รับความช่วยเหลือในการรวบรวมพยานหลักฐานจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บางรายที่เข้ามาทำคดีให้ภายหลังร่วมกับทางสภาทนายความเชียงใหม่ จนสามารถรวบรวมพยานแวดล้อมประกอบกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มาต่อสู้ใน ชั้นศาล จนนำไปสู่ผลการพิพากษาตัดสินได้
หลักฐานสำคัญที่ทำให้ศาลตัดสินออกมาเช่นนี้ คือพยานแวดล้อมหลายปาก ประกอบกับการตรวจพบว่าในกระเพาะอาหารของผู้ตายมีข้าวต้มที่ก่อนเกิดเหตุ มีผู้พบเห็นว่าผู้ตายได้ไปนั่งรับประทานข้าวต้มกับนายวุฒิชัย อดีตแฟนหนุ่มที่ร้านแห่งหนึ่งไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นร้านเดียวของเชียงใหม่ที่มีสูตรผสมของข้าวเหนียวจึงนำมาสู่การ ตัดสินดังกล่าว
หากเปรียบเทียบคดีฆ่าน้องแอน คล้ายกับคดีฆ่าแพทย์หญิงผัสพร บุญเกษมสันติ ตรงที่พ่อของผู้เสียชีวิตทั้งคู่เป็นโจทก์ยื่นร้องคดีต่อศาลด้วยตัวเองไม่ ใช่พนักงานสอบสวน และผลการตัดสินของคดีฆ่าแพทย์หญิงผัสพรที่ศาลสั่งประหารชีวิตนายแพทย์ วิสุทธิ์ในฐานะจำเลยที่ฆ่าภรรยานั้น คดีดังกล่าวไม่ได้มีประจักษ์พยานว่าใครเห็นคุณหมอวิสุทธิ์เป็นคนฆ่า แต่ล้วนมาจากพยานแวดล้อมและพยานวัตถุ!!
นายพรศักดิ์ สังข์สังวาลย์ ประธานสภาทนายความ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า คดีนี้ความจริงแล้วไม่ได้มีความซับซ้อนซ่อนเงื่อนและยังเชื่อมโยงไปยัง ประเด็นขัดแย้งได้ แต่หลังรับทำคดีทางสภาทนายความต้องใช้ทนายมือดีหัวกะทิหลายคนเข้ามาทำงาน
"คดีนี้มีความแตกต่างไปจากคดีฆ่าหมอผัสพร คือคดีฆ่าหมอผัสพรนั้นในชั้นสอบสวนพนักงานสอบสวนทำสำนวนสอบสวนค่อนข้าง สมบูรณ์และมีความเห็นเสนอส่งฟ้องแต่พนักงานอัยการไม่ฟ้อง แต่ในคดีของน้องแอน ยากกว่าตรงที่พนักงานสอบสวนเองทำสำนวนแล้วมีความเห็นว่าไม่ปรากฏตัวผู้กระทำ ความผิดหรือหาตัวผู้กระทำความผิดไม่ได้ แต่เราต้องไปรวบรวมข้อมูลที่มีอยู่จากทุกส่วนมาเสนอต่อศาล" นายพรศักดิ์ ระบุ
หลังจากนี้...คงต้องใช้เวลาอีกนานหลายปีในการต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์และ ฎีกากว่าคดีจะสิ้นสุดลง แต่ไม่ว่าผลจะลงเอยอย่างไร คนผิดย่อมต้องชดใช้ที่ก่อไว้อย่างแน่นอน!!
- ขวัญดาว จิตรพนา -
ลิงก์ผู้สนับสนุน
|
ลิงก์ผู้สนับสนุน
|
|
|
|
แจ้งลบกระทู้นี้
อ่าน 9216 |
|
แสดงความคิดเห็น |
โดย ตนข่าว
IP: Hide ip
, วันที่ 24 ม.ค. 54
เวลา 13:57:18
|